บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปภ.รายงานน้ำท่วม 8จังหวัด เดือดร้อนกว่า1.8ล้านราย สกลนครยังกระทบมากสุด

ปภ. รายงานสถานการณ์อุทกภัย มีพื้นที่ประสบภัย รวม 44 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 36 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 580,352 ครัวเรือน 1,845,956 คน จนท.เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อช่วยผู้ประสบภัยกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว...

วันที่ 10 ส.ค.60 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. – 9 ส.ค. 60 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 44 จังหวัด รวม 300 อำเภอ 1,651 ตำบล 13,191 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 580,352 ครัวเรือน 1,845,956 คน ผู้เสียชีวิต 29 ราย บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 4,129 หลัง ถนน 2,055 สาย บ่อปลา 14,097 บ่อ ปศุสัตว์ 738,860 ตัว พื้นที่การเกษตร 3,036,310 ไร่ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 36 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 8 จังหวัด รวม 66 อำเภอ 478 ตำบล 3,958 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 171,779 ครัวเรือน 522,413 คน แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ 

สกลนคร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 18 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอพรรณานิคม อำเภออากาศอำนวย อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอภูพาน อำเภอวาริชภูมิ อำเภอคำตากล้า อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอกุดบาก อำเภอส่องดาว อำเภอบ้านม่วง อำเภอพังโคน อำเภอวานรนิวาส อำเภอเต่างอย และอำเภอโพนนาแก้ว รวม 124 ตำบล 1,509 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 136,582 ครัวเรือน 431,277 คน ผู้เสียชีวิต 11 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 892,793 ไร่

กาฬสินธุ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 18 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอนามน อำเภอกมลาไสย อำเภอร่องคำ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอเขาวง อำเภอยางตลาด อำเภอห้วยเม็ก อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอคำม่วง อำเภอท่าคันโท อำเภอหนองกุงศรี อำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอสามชัย อำเภอนาคู อำเภอดอนจาน และอำเภอฆ้องชัย รวม 124 ตำบล 1,224 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 37,136 ครัวเรือน อพยพประชาชน 100 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 285,284 ไร่ 

นครพนม ฝนที่ตกหนักและมวลน้ำจากหนองหาร จังหวัดสกลนคร ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาแก อำเภอเรณูนคร อำเภอวังยาง อำเภอนาหว้า อำเภอศรีสงคราม อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอท่าอุเทน อำเภอธาตุพนม อำเภอนาทม และอำเภอปลาปาก รวม 71 ตำบล 562 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,162 ครัวเรือน 62,561 คน อพยพประชาชน 300 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 186,663 ไร่ 

ร้อยเอ็ด น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 20 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสลภูมิ อำเภอจังหาร อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทราย อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอทุ่งเขาหลวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอเชียงขวัญ อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอธวัชบุรี อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภออาจสามารถ อำเภอพนมไพร อำเภอหนองพอก อำเภอเมืองสรวง อำเภอเมยวดี อำเภอหนองฮี อำเภอปทุมรัตน์ และอำเภอโพนทอง รวม 159 ตำบล 1,766 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,469 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 4 ราย อพยพประชาชน 337 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 612,476.75 ไร่ 

ยโสธร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ อำเภอทรายมูล อำเภอค้อวัง อำเภอเลิงนกทา อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอมหาชนะชัย รวม 61 ตำบล 398 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,019 ครัวเรือน อพยพประชาชน 4 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 121,987 ไร่ 

อุบลราชธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 22 อำเภอ 110 ตำบล 719 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,330 ครัวเรือน 62,020 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 175,832 ไร่ ปัจจุบันยังมีสถานการณ์ใน 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอดอนมดแดง อำเภอตระการพืชผล อำเภอเดชอุดม อำเภอเขื่องใน อำเภอนาเยีย และอำเภอสว่างวีระวงศ์

หนองคาย ฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเฝ้าไร่ รวม 2 ตำบล 15 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 267 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,455 ไร่ 

ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางบาล อำเภอเสนา อำเภอบางปะอิน อำเภอผักไห่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางไทร รวม 72 ตำบล 353 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,083 ครัวเรือน

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่พร้อมกำชับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ส่วนจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยให้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ให้เชื่อมโยงการระบายน้ำในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.