บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม.หอการค้า จับตาทุจริตโครงการรัฐ ชี้เริ่มเห็นสัญญาณจ่ายใต้โต๊ะมากขึ้น

ดัชนีคอร์รัปชันไทยเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 53 คะแนน จากเต็ม 100 ม.หอการค้า ชี้ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีแนวโน้มทุจริตในอนาคต จากโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ จะเริ่มเห็นจ่ายเงินใต้โต๊ะมากขึ้น...

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย (Thai CSI) จากกลุ่มประชาชน ข้าราชการ และนักธุรกิจ ในเดือน มิ.ย.60 อยู่ที่ 53 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือน ธ.ค. 59 อยู่ที่ 55 คะแนน ส่วนดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยในปัจจุบัน อยู่ที่ 52 คะแนน เท่ากับการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือน ธ.ค. 59 และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชันไทย อยู่ที่ 54 คะแนน ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน เมื่อเดือน ธ.ค. 59 อยู่ที่ 57 คะแนน

ทั้งนี้ เมื่อแยกดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันรวม เดือน มิ.ย. ออกเป็น 4 หมวด จะพบว่าดัชนีปัญหาและความรุนแรงของการคอร์รัปชัน เดือน มิ.ย. 60 อยู่ที่ 44 คะแนน ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนที่อยู่ที่ 49 คะแนน, ดัชนีการป้องกันการคอร์รัปชันอยู่ที่ 53 คะแนน ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน 55 คะแนน, ดัชนีการปราบปรามการคอร์รัปชันอยู่ที่ 54 คะแนน ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนที่อยู่ที่ 57 คะแนน และดัชนีการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึกอยู่ที่ 60 เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนที่อยู่ที่ 58 คะแนน

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์คอร์รัปชันในอนาคต เนื่องจากนับจากนี้จะมีโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านไปยังจังหวัดต่างๆ หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่จะมีการประมูลและการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น แม้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันมาโดยตลอด แต่เริ่มมีบางกลุ่มในภาครัฐและภาคเอกชน อาจเห็นช่องทางในการคอร์รัปชันได้ ซึ่งสัดส่วนของเงินใต้โต๊ะ จะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เริ่มเห็นมากขึ้น

จากผลการสำรวจ พบว่าผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐ ไม่ต้องจ่ายเงินพิเศษแก่ข้าราชการ นักการเมืองที่ทุจริตเพื่อให้ได้สัญญา อยู่ที่ 59% สูงสุดในรอบการสำรวจ 8 ปี แต่ต้องจ่ายเงินพิเศษ อยู่ที่ 13% ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน เมื่อเดือนธันวาคม 59 อยู่ที่ 18% แต่สิ่งที่กังวล คือ เริ่มเห็นสัญญาณเปอร์เซ็นต์การจ่ายเงินพิเศษ เฉลี่ยที่ 16-35% เริ่มกลับมา ซึ่งในช่วงรอบปีที่ผ่านมาไม่สูงขนาดนี้

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจ พบว่าผู้ประกอบการประมาณการมูลค่าการทุจริตคอร์รัปชัน มีวงเงิน 1-15% ของงบประมาณ ความเสียหายอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้าน-1.96 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่องบประมาณประจำปี 2560 อยู่ที่ 2.24-6.72% เป็นสัดส่วนต่อจีดีพีที่ 0.43-1.29% โดยปัญหาเกิดจากการบังคับใช้กฎหมาย และการฮั้วประมูลยังคงมีอยู่ ซึ่งจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐต้องมีการปรับปรุงระบบเพื่อป้องกันการฮั้วประมูลให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่า ความทานทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันในเดือน มิ.ย. 60 ถือว่าต่ำกว่าในรอบ 7 ปีของการสำรวจ อยู่ที่ร้อยละ 2.23 แสดงให้เห็นว่า คนรับไม่ได้ต่อการคอร์รัปชัน และเห็นถึงความสำคัญต่อปัญหาคอร์รัปชัน และต้องร่วมกันรณรงค์ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น.