วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จี้รื้อ ก.ม.คุ้มครองครอบครัวฉบับใหม่ เมินผู้ถูกกระทำ-ขัด รธน. มาตรา77

จี้รื้อร่างกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพครอบครัวฉบับใหม่ ชี้เมินดูแลผู้ถูกกระทำ-ผลิตซ้ำความรุนแรง ไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง ชี้ขัด รธน. มาตรา77 ไม่รับฟังความคิดเห็นประชาชน

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.60 ที่โรงแรมเอเชีย ในเวทีเสวนา “รื้อ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัว: เสียงจากผู้ถูกกระทำและภาคสังคม” จัดโดยเครือข่ายองค์กรป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

น.ส.อุษา เลิศศรีสันทัด ผอ.มูลนิธิผู้หญิง กล่าวว่า ตามที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัว พ.ศ…. เพื่อใช้แทน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ที่บังคับใช้อยู่ พบว่าร่างที่จัดทำขึ้นใหม่เน้นรักษาความสัมพันธ์อันดีของครอบครัว ขณะที่ให้โอกาสผู้กระทำความรุนแรงมากขึ้น โดยเน้นการไกล่เกลี่ย แต่ไม่ได้ทำให้ผู้กระทำรู้สึกผิดเพื่อปรับปรุงพฤติกรรม ทั้งที่เป็นความผิดอาญา อีกทั้งไม่มีการติดตามผล ทำให้ผู้ถูกกระทำต้องเผชิญแก้ปัญหาด้วยตนเอง ทั้งที่หัวใจสำคัญการดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำกลับหายไป เหมือนปล่อยเกียร์ว่างแล้วให้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวของ สค. ไปดูแลไกล่เกลี่ย ซึ่งกังวลว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เครือข่ายที่ทำงานด้านผู้หญิง เด็ก และครอบครัวได้เสนอ สค.ทบทวนแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ในขั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเครือข่ายก็ได้ไปยื่นขอให้ทบทวนอีกเมื่อวันที่ 2มิ.ย.ที่ผ่านมา จากนี้คงต้องส่งเสียงดังๆ ถึงรัฐบาลให้ยับยั้งเพื่อทบทวน เพราะเป็นกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถคุ้มครองผู้ประสบปัญหาได้จริง และไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ อีกทั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ที่กำหนดถึงการออกกฎหมายใหม่ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและทั่วถึง แต่ร่างใหม่นี้มีการรับรู้ในวงแคบมาก

ด้าน รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล กล่าวว่า หลายมาตราในร่าง พ.ร.บ.เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรง ละเมิดหลักการสิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญ ส่วน ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิง สมาคมเพศวิถีศึกษา กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้วางระบบงานให้รวมศูนย์การทำงานที่ สค.

ขณะที่ นางฐานิชชา ลิ้มพานิช ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ระบุว่า ในร่างให้ความสำคัญเรื่องการจดทะเบียนสมรสและการหย่า แต่ไม่ได้เน้นแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่แท้จริง

สำหรับ พ.ต.อ.หญิง ปวีณา เอกฉัตร จากชมรมพนักงานสอบสวนหญิง กล่าวว่า บทบาทเจ้าหน้าที่ตำรวจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 เดิมกำหนดอำนาจหน้าที่ดูแลคุ้มครองผู้ถูกกระทำอย่างทันท่วงที แต่ร่างใหม่กลับลดบทบาท ซึ่งจะส่งผลต่อกระบวนการยุติธรรมที่ผู้ถูกกระทำจะเข้าถึงได้ยากขึ้น