วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พช.จัดเต็มงาน 'ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี'

"ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี" พร้อมแล้ว "กรมการพัฒนาชุมชน" จัดเต็ม OTOP "หัตถศิลป์ถิ่นไทย" ระดับพรีเมียมจากทั่วประเทศ เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคล พร้อมชวนเลือกซื้อของขวัญสุดพิเศษเพื่อคุณแม่

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.60 ที่ลานอเนกประสงค์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี" โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-20 สิงหาคม 2560 รวมเวลา 9 วัน ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ด้วยแนวคิดคือ "หัตถศิลป์ทรงคุณค่า ภูมิปัญญาความเป็นไทย"

โดย นายสุธี กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ที่ทรงส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้อย่างกว้างขวาง ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทำให้เกิดการเผยแพร่มรดกทางภูมิปัญญาไทยไปสู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ เปรียบประดุจทรงเป็นพระประทีปส่องสว่างนำทางพสกนิกรไทยทั้งชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) โดยส่งเสริมการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดโลกทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายสุธี กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดำเนินการส่งเสริมการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จึงได้กำหนดจัดงาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี" ภายใต้แนวคิด "หัตถศิลป์ทรงคุณค่าภูมิปัญญาความเป็นไทย" ขึ้น ระหว่างวันที่ 12-20 สิงหาคม 2560 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560 รวมถึงเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่าภูมิปัญญาความเป็นไทย

"การจัดงานครั้งนี้ คือเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้อย่างกว้างขวางออกไปหลายแขนง อันเป็นที่มาของโครงการศิลปาชีพ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โดยจัดแสดง เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์งานศิลปาชีพให้พสกนิกรชาวไทยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะฝีมือภูมิปัญญาของคนไทยให้คนทั้งโลกได้ชื่นชม และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพอันทรงคุณค่ายิ่ง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ และเพิ่มช่องทางการตลาดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ทำให้ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อเผยแพร่มรดกทางภูมิปัญญาไทยที่มีคุณภาพมาตรฐาน ไปสู่กลุ่มผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ" รมช.มหาดไทย กล่าว

ด้าน นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า นอกจากกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ คือ นิทรรศการพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระราชกรณียกิจ และนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยนำเสนอพระราชกรณียกิจการส่งเสริมงานศิลปาชีพแก่ประชาชนใน 4 ภาคแล้วนั้น ยังมีไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรรม "สืบสานตำนานผ้า ถ่ายทอดภูมิปัญญา เทิดทูนพระมารดาแห่งแผ่นดิน" โดยฉายภาพการเดินทางของเส้นทางผ้าไหม เส้นทางผ้าฝ้าย รวมถึงการจัดแสดงผ้าโบราณ ผ้าหายาก ผ้าราคาสูง และผ้านวัตกรรม พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้า OTOP พรีเมียม จาก 4 ภาค อาทิ ผ้าไหมยกดอก จังหวัดลำพูน, ผ้าไหมยกทอง จังหวัดสุรินทร์, ผ้าตีนจก จังหวัดราชบุรี, ผ้าทอนาหมื่นศรี จังหวัดตรัง ซึ่งภายในงานจัดเป็นโซนตลาดผ้าพร้อมการตัดเย็บในรูปแบบตลาดผ้าชื่อดัง อาทิ ตลาดนาข่า จังหวัดอุดรธานี, ตลาดผ้าจกแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่, ตลาดผ้าบาติก จังหวัดสงขลาอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ OTOP Best Seller ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มียอดขายติดลำดับต้นๆ ของการจัดงานครั้งที่ผ่านมา จำนวน 40 บูธ, ผลิตภัณฑ์ศิลปิน OTOP ปี 2559 และ 2560 เข้าร่วมจำหน่าย 40 ราย ในกลุ่มของ OTOP 4.0 นั้นมี OTOP Brand name จากโครงการพัฒนายกระดับสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ CLUSTER กระเป๋า 20 ราย, OTOP ออนไลน์ คัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพและวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบ ONLINE 40 บูธ, OTOP ขึ้นเครื่อง 40 ราย โดยพิจารณาผลิตภัณฑ์ในหมวดงานส่งเสริมในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ, OTOP Trader ศูนย์กระจายสินค้าโอทอป 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร, สุรินทร์, นครราชสีมา, สระบุรี, เชียงราย, อุทัยธานี, เพชรบูรณ์, เพชรบุรี, ฉะเชิงเทรา และนนทบุรี OTOP Minimart และ OTOP Lifestyle 2 ร้าน ซึ่งเป็นต้นแบบที่จะเปิดขายแฟรนไชส์ไปทั่วประเทศ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า OTOP ONLINE ซึ่งวางขายในเว็บไซต์ lazada 262 ผลิตภัณฑ์ และเว็บไซต์ THAILAND MALL 365 ผลิตภัณฑ์ และ OTOPTHAI.SHOP เว็บไซต์ขายของออนไลน์ ที่จะช่วยขยายตลาดให้กับสินค้าท้องถิ่นไทย ที่ทางกระทรวงมหาดไทยร่วมกับประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสครบรอบ 130 ปี สัมพันธไมตรีไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการเปิดตัวในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ขณะที่หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว เสนอนิทรรศการมีชีวิต ที่มีการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชน 4 หมู่บ้าน และการจัดแสดงภาพถ่าย “111 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว Life of OTOP Village Photo Contest” ส่วนใครที่ชอบผลงานของคนรุ่นใหม่ Young OTOP งานนี้มีมาถึง 20 ราย โดยมีเยาวชนที่เพิ่งเข้าร่วมโครงการ INNOOTOP 2017 มาแสดงและจำหน่ายผลงานด้วย อาทิ ผ้าพันคอผ้าบาติกลายประยุกต์จากอู่ทอง ผ้าปาเต๊ะปักเลื่อมจากสตูล และยังมี OTOP Classic 3-5 ดาว ไม่น้อยกว่า 2,000 บูธ ใครที่ชอบทานของอร่อยเชิญพบ OTOP ชวนชิม และถนนอาหาร (Street Food) โซนแห่งความอร่อยที่ทุกคนต้องมาชิม เพราะยกเอาสุดยอดอาหารรสเด็ดจากทุกจังหวัดมารวมไว้มากถึง 160 บูธ นอกจากนั้นยังรวบรวม OTOP ฮาลาล มาเอาใจพี่น้องมุสลิมอีกด้วย หากพลาดจากงานนี้จะต้องใช้เวลาไปตระเวนหาเอง นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าจากร้านค้าจิตรลดา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย

ขณะที่ นายอภิชาติ กล่าวว่า นอกจากการแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ระดับพรีเมียมแล้วนั้น ยังมีการบริการประชาชนในด้านต่างๆ เพื่อความสะดวกให้แก่การเข้าชมงาน รวมถึงมีโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษต่างๆ มากมาย อาทิ บริการนวดเฮลท์แอนด์สปา Wi-Fi ฟรี สนามเด็กเล่นสำหรับผู้ปกครองที่พาเด็กๆ มาด้วย บริการไปรษณีย์ การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย การประกวดร้องเพลงเยาวชนลูกทุ่ง OTOP ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1 แสนบาท และในแต่ละวันยังมีกิจกรรมช่วงนาทีทอง ที่ร้านค้าต่างๆ ลดราคาพิเศษยิ่งกว่าเดิม วันละ 2 รอบ ในเวลา 12.00-13.00 น. และ 17.00-18.00 น. รวมถึงการลุ้นโชคจับสลากชิงรางวัลทุกวัน และร่วมลุ้นชิงรางวัลใหญ่ในวันสุดท้ายของงานอีกด้วย

"คาดว่าจะทำให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวนไม่น้อยกว่า 2,000 ราย มีรายได้เพิ่มขึ้น และมียอดการจำหน่ายในภาพรวมไม่น้อยกว่า 850 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้มีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น โดยคิดว่าจะมีประชาชนมาเยี่ยมชมงานหนาแน่นตลอดการจัดงานทั้ง 9 วัน ไม่น้อยกว่า 450,000 คน ที่จะได้รับความรู้ และเข้าใจถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP การจัดงานในครั้งนี้จะส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศมากยิ่งขึ้น" นายอภิชาติ กล่าว

ทั้งนี้ งาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี" จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-20 สิงหาคม 2560 รวมเวลา 9 วัน ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี.