วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ แจงงัด ม.44 ควบหน่วยงานน้ำ ไว้สำนักนายกฯ หวังปลดล็อกปัญหา

นายกฯ เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำยั่งยืน ระบุใช้ ม.44 รวมหน่วยงานน้ำเข้าสำนักนายกฯ หวังปลดล็อกโครงสร้างรองรับ พ.ร.บ.จัดการน้ำ

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ว่า ที่ประชุมมีการเห็นชอบในหลักการ เพราะต้องการให้เห็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ครบวงจร โดยตนสั่งให้มีการปรับแผน เพื่อแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งมีโครงการที่ต้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนให้ได้ ทั้งการขุดลอกคูคลอง การผันน้ำ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากประชาชน ต้องมีการเสียสละพื้นที่กันบ้าง ไม่อย่างนั้นก็จะทำไม่ได้ ที่ส่วนใหญ่เป็นที่ของเอกชน และประชาชน รัฐบาลจะหามาตรการดูแลเยียวยาให้เหมาะสม

"การที่ผมปรับในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำมาที่สำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่หมายความว่าเดิมเขาทำไม่ได้ผล เขาทำมาเยอะ เดี๋ยวผมจะสรุปให้ในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ จะเป็นตัวอย่างให้ดูว่า 3 ปีที่ผ่านมา เราทำอะไรไปบ้าง และในปี 2560-2561 ที่จะต้องเร่งดำเนินการในส่วนของความยั่งยืน พื้นที่ไหนที่น้ำท่วม พื้นที่ไหนที่แล้ง อย่างน้อยต้องแก้ปัญหาได้ 30-50% เพราะถ้าแก้ 100% ต้องทำใหญ่มาก ต้องใช้ทั้งงบประมาณ เวลา และต้องทำต่อไป เขาทำได้ดี แต่มันกระจายอยู่หลายหน่วยงาน ซึ่งผมไม่ได้เอาทุกหน่วยงานมา เพียงแต่เป็นสำนักงานในการขับเคลื่อนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และสั่งการในกรอบนโยบาย ดูแลงบประมาณบูรณาการ ผมต้องการขับเคลื่อน ในทุกกิจการบูรณาการของรัฐบาล" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่จะมีการใช้มาตรา 44 ยุบรวมหน่วยงานน้ำมาสังกัดสำนักนายกฯนั้น ตนยืนยันว่า ไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้าง ซึ่งจะสอดคล้องกับ พ.ร.บ.บริหารจัดการน้ำ ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของ สนช.เพื่อที่จะรองรับการย้ายหน่วยงานจัดการน้ำมาอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี จึงปรับให้สอดคล้องกัน ส่วนการออกมาตรา 44 นั้น เพื่อใช้ระหว่างรอกฎหมาย ซึ่งทุกอย่างก็เป็นกฎหมายหมด ไม่ใช่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ ทำแล้วต้องมีเหตุผล เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อน บูรณาการ และแก้ไขปัญหากฎหมายที่ขัดแย้งกันอยู่ ซึ่งในขณะเดียวกันกฎหมายกำลังแก้ไขอยู่ในสภา ต้องปลดล็อกไปก่อน แต่ไม่ออกนอกกรอบความเป็นสากล