บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝากขัง หนุ่ม18มงกุฎตุ๋นแชร์สัมมนา สูญ 4 พันล้าน เหยื่อรุมค้านประกัน

พงส.ห้วยขวาง คุมตัว “ภูดิศ กิตติธราดิลก” ฝากขังศาลอาญา หลังถูก ตม.สุวรรณภูมิรวบตัวได้ในข้อหาฉ้อโกงตุ๋นแชร์ลูกโซ่ ขายคอร์สสัมมนา มีผู้เสียหายนับหมื่นรายทั่วประเทศ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค.60 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มผู้เสียหายจากคดีแชร์ลูกโซ่ ได้นัดรวมตัวกันที่ศาลอาญา พร้อมนำหลักฐานและเอกสารมาขอยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาคือ นายภูดิศ กิตติธราดิลก ผู้ต้องหาคดีหลอกลวงประชาชนประเภทแชร์ลูกโซ่ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา จากกรณีหลอกลวงผู้เสียหายร่วมลงทุนแชร์ลูกโซ่ในลักษณะคอร์สสัมมนา รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้นำตัวผู้ต้องหามาฝากขังต่อศาลเป็นผัดแรกในวันนี้

หนึ่งในกลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยว่า นายภูดิศ เป็นเจ้าของบริษัท อินโนเวชั่น โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการลงทุนทางธุรกิจการจัดคอร์สสัมมนา เนื้อหาส่วนใหญ่จะจูงใจให้ผู้เข้าร่วมคอร์สสัมมนา นำเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจกับบริษัทดังกล่าว โดยผู้ร่วมลงทุนจะได้รับเงินปันผลวันละ 1% และจะจ่ายเงินให้ทุกๆ 7 วัน ซึ่งมีผู้เสียหายถูกหลอกลวงเงินไปลงทุนหลายคน ตั้งแต่หลักพันบาท ถึงหลักแสนบาท ผู้เสียหายบอกว่า สาเหตุที่หลงเชื่อ เนื่องจากเห็นว่าบริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกได้จริง เป็นเวลานานเกือบ 1 ปี และยังนำรางวัลที่ได้รับจากที่ต่างๆ มายืนยัน ทำให้หลงเชื่อว่าจะไม่ถูกหลอก จึงได้ร่วมลงทุนดังกล่าว

สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อขอให้รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีผู้เสียหายกว่า 40,000 คนทั่วประเทศ และมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นเป็นความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ โดยทางดีเอสไอจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ โดยวันนี้หลังพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง นำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องศาลขอฝากขังแล้ว จากนั้นพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง จะนำสำนวนการสอบสวนและสำนวนคำร้องขอฝากขังมาส่งให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อรวมสำนวนสอบสวนเป็นคดีเดียว หลังนำตัวผู้ต้องหาฝากขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พนักงานสอบสวนดีเอสไอสามารถไปสอบปากคำผู้ต้องหาที่เรือนจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำตัวมาสอบที่ดีเอสไอคดีนี้เป็นคดีฉ้อโกงประชาชน แต่จะทำคดีฟอกเงินควบคู่ไปด้วย เนื่องจากนี้มีประชาชนถูกหลอกรวมลงทุน 4 พันคน มูลค่าความเสียหายของคดีสูงถึง 2 พันล้านบาท

ต่อมา ญาติของนายภูดิศ ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นตึกแถว 2 ชั้น เนื้อที่ 55 ตร.วา เศษ มูลค่า 2 ล้านบาทเศษ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า คดีมีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายสูง มีลักษณะกระทำเป็นขบวนการ ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง        

ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้นำตัวนายภูดิศไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป.