บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาวนาว่ายังไม่ตาย! ผอ.สาวอบต.หายตัวกว่าเดือนโยงทหารร้อยเอก อาจโดนอุ้ม

เบาะแสล่าสุด กรณี ผอ.สาว อบต.ที่ศรีสะเกษ หายตัวนานกว่า 1 เดือน พ่อรุดพบนายกฯ เผยอยู่ๆ ก็ขาดงาน ไม่มีการลาใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนรถเก๋งถูกพบในอู่ขัดพ่นสีที่อุบลราชธานี ช่างบอกมีเสี่ยมาจ้าง ขณะที่การสืบสวนโยงถึงทหารยศ ร.อ.เอาเงินไปหลายแสน...

จากกรณีที่ น.ส.จุฑารัตน์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. เป็นเวลานานกว่า 1 เดือน จนนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑารัตน์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู จ.ศรีสะเกษ ให้ช่วยติดตามหาลูกสาวที่หายไป ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊กและไลน์ของ น.ส.จุฑารัตน์ แต่ญาติไม่เชื่อว่าจะเป็นตัวจริง

วันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเดินทางไปที่ อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เฉพาะโต๊ะทำงานของ น.ส.จุฑารัตน์ อุ่นอ่อน หรืออ้อย อายุ 37 ปี นักวิชาการศึกษา อบต.ชำ ซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุดโต๊ะ ปูด้วยผ้าสีม่วง ที่นั่งว่างเปล่า มีสิ่งของวางอยู่บนโต๊ะไม่มาก ขณะที่ผู้สื่อข่าวไปถึง อบต.ชำ ปรากฏว่า มีนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑารัตน์ พร้อมญาติพี่น้อง ไปเข้าพบ นายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องลูกสาวที่หายตัวไป ใช้เวลาพูดคุยกันกว่า 2 ชั่วโมง

นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ น.ส.จุฑารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ได้มาพบนายกองค์การบริหารส่วนตำบลชำ เพื่อปรึกษาหารือในเรื่องของลูกสาว ซึ่งหายตัวไปกว่า 1 เดือนแล้ว ตนและแม่เขา รวมถึงญาติพี่น้องทุกคนเป็นห่วง เป็นกังวลมาก ไม่รู้ว่าลูกจะเป็นอย่างไร จะอยู่ที่ไหน ถ้าลูกยังมีชีวิตอยู่ ทำไมไม่โทรศัพท์ติดต่อกลับมาบ้านคุยกับพ่อกับแม่พี่น้องบ้าง ทุกคนรออยู่ ที่มีเฟซมีไลน์ส่งมาถึงคนทางบ้าน พ่อไม่เชื่อว่าจะเป็นลูกส่งมา

ด้านนายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า น.ส.จุฑารัตน์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลชำ ได้ขาดงานไปกว่า 1 เดือนแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ ก่อนที่จะหายตัวไปก็ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน ทำเรื่องลากิจหรือลาพักร้อนก็ไม่ได้ลา วันที่ 3 ก.ค. 60 ก็หายไปเลย ทุกวันนี้ไม่เคยได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนเลย ไม่ได้บอกว่าติดขัดอะไรอยู่ที่ไหน

นายก อบต.ชำ กล่าวอีกว่า ตามปกติ ผอ.กองการศึกษาคนนี้ เป็นคนที่ร่าเริง มีอัธยาศัยดี เข้ากับเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดีทุกคน มีความรับผิดชอบงานดี ไม่เคยทำให้เกิดความเสียหายต่องานในหน้าที่ ส่วนเรื่องที่ว่ามีผู้ชายมาติดพันหรือไม่นั้น ในสถานที่ทำงานนี้ไม่เคยเห็นมี ที่หายตัวไปนี้จึงยังไม่ทราบสาเหตุจริงๆ 

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวน สภ.บึงมะลู และชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ นำหนังสือตรวจยึดของพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู เดินทางไปทำการยึดรถเก๋งโตโยต้า วีออส ที่หายไปพร้อมกับเจ้าของ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา พบอยู่ในอู่แห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี

ทั้งนี้ รถดังกล่าวเป็นรถยนต์เก๋ง โตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุบลราชธานี ได้เข้าตรวจสอบในอู่ทำสีรถยนต์แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี สภาพถูกขัดสีเดิมออกบางส่วน อุปกรณ์ส่วนควบถูกถอดแยกไว้เพื่อทำสี

สอบถาม นายบุญชู ศิรินนท์ อายุ 48 ปี เจ้าของอู่ เผยว่า รถยนต์คันนี้ตนได้รับการว่าจ้างจาก เสี่ย ต. มาให้ทำสีใหม่แต่ยังคงเป็นสีเดิม ในราคา 15,000 บาท เมื่อวันที่ 10 ก.ค.60 ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากที่ผ่านมาตนทำงานเพียงคนเดียวจึงได้มีโอกาสลงมือขัดสีเมื่ออาทิตย์ก่อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เดินทางเข้ามาที่อู่ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. พร้อมทั้งแจ้งว่ารถคันดังกล่าวเป็นของ น.ส.จุฑารัตน์ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ขออายัดรถไว้ และทำการตรวจเก็บหลักฐาน เพื่อจะได้ดำเนินการสืบสวนต่อไป

ล่าสุดเช้าวันที่ 10 ส.ค. ที่ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนเจริญ หมู่ 10 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ น.ส.จุฑารัตน์ อุ่นอ่อน หรืออ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ พร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 น้องชายของนายบุญเลิศ และเป็นอาของ น.ส.จุฑารัตน์ เตรียมตัวไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินจังหวัดอุบลราชธานี เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปออกรายการโทรทัศน์ 

ขณะเดียวกันพบว่า บ้านของ น.ส.จุฑารัตน์ อุ่นอ่อน เป็นบ้านหลังใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างจากเงินมาจากน้ำพักน้ำแรงของนายวิทยา เกษแก้ว และ น.ส.จุฑารัตน์ ทั้งสองคนช่วยกันเก็บเงินมาสร้างบ้านเพื่อลูก ที่มีอยู่คนเดียว 

นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.เสาธงชัย เปิดเผยว่า หลังจากที่หลานสาวหายตัว พบว่ามีการไลน์ไปขอยืมเงินจากเพื่อนทั้งที่ทำงานและเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน หลายราย จนเพื่อนโทรศัพท์มาถามพี่สาวว่า อ้อย หรือ น.ส.จุฑารัตน์ มีปัญหาอะไร ทำไมเดือดร้อนเรื่องเงิน ถึงกับยืมเงินเพื่อน เมื่อก่อนเขาเป็นคนมีฐานะดี ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงิน มีแต่ช่วยเหลือเพื่อนให้เพื่อนหยิบยืม พี่สาวจึงได้ไปขอตรวจสอบบัญชีกับทางธนาคารพบว่า บัญชีมีการเคลื่อนไหวหลายครั้ง มีการโอนเงินออกจากบัญชีครั้งละหลายหมื่น ก่อนที่จะหายตัวไปพบมีการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้หญิงคนหนึ่ง ตรวจสอบแล้วพบเป็นแม่ของคนมีสีคนหนึ่ง (ทหารยศร้อยเอก) หลังจากที่หายตัวไปแล้วก็มีการโอนเงินเข้าบัญชีของคนมีสีคนนั้นอีกหลายครั้ง หลังจากที่ยืมเงินเพื่อน พอเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยก็จะมีการโอนออกทันที รวมแล้วมีเงินออกจากบัญชีหลานสาวสองแสนกว่าบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในทางสืบสวน พบว่าน.ส.จุฑารัตน์ ได้ติดต่อกับนายทหารคนดังกล่าว ซึ่งมีการหยิบยืมเงินไปเป็นจำนวนมากพอสมควร รวมทั้งมีการใช้ไลน์ ของ น.ส.จุฑารัตน์ ส่งเข้ามาขอยืมเงินจากเพื่อนๆ หลายคน จึงน่าเชื่อว่านายทหารคนนี้ติดการพนัน หรือมีความเดือดร้อนเรื่องเงิน การหายตัวไปของ น.ส.จุฑารัตน์ จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับทหารนายนี้ ส่วนจะถูกทำร้ายหรือถึงขั้นถูกฆาตกรรมหรือไม่ ในชั้นนี้ยังไม่ทราบ.