บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จำได้ไหม จาก ‘นาย’ เป็น ‘นางสาว’ คนแรกของสยามประเทศ ใช่ว่าเปลี่ยนกันง่ายๆ

แม้ในปัจจุบันนี้ เพศทางเลือก จะมีหลากหลายตามรสนิยมทางเพศของแต่ละบุคคล แต่การจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อนั้น ถือเป็นเรื่องยากที่สุด ยกเว้นมีเหตุจำเป็น และองค์ประกอบครบครันถึงจะทำได้

ย้อนกลับไป 10 ปีก่อน สยามประเทศของเรามีคดีประวัติศาสตร์เกิดขึ้น เมื่อมี นาย กลายเป็น นางสาว คนแรกของประเทศ โดยเหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 10 ส.ค.50 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีและสถาบันครอบครัวแห่งชาติ มีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธาน เห็นชอบในหลักการสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับคำนำหน้านามเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันและความเปลี่ยนแปลงของสังคม

นางจุรี วิจิตรวาทการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับคำนำหน้านามเพื่อให้สิทธิกับผู้ชายที่แปลงเพศเป็นผู้หญิงแล้วมีทางเลือกใช้คำนำหน้าว่า “นางสาว” หรือ “นาง” นำหน้าชื่อแทน “นาย” ได้ เพราะคนแปลงเพศจะให้ใช้นายนำหน้าอย่างเดิม ย่อมมีความลำบากในการดำรงชีวิต ในระดับสากลได้ให้สิทธิกับคนเหล่านี้ในการเลือกใช้คำนำหน้าเป็น “นางสาว” หรือ “นาง” ได้ เมื่อยอมรับการแปลงเพศได้ก็ให้สิทธิเปลี่ยนคำนำหน้านาม โดยขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นฝ่ายร่วมสนับสนุนในการเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

หลังจากมีการจุดกระแสเรื่องนี้ ก็กลายเป็นที่กล่าวขานถึงอยู่พักใหญ่ แต่แล้วก็ถูกวันเวลากลืนกินให้เงียบหายไป กระทั่ง.. 9 ส.ค. 2555 นพ.แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำนายสิริลดา โคตรพัฒน์ หรือดา หรือชื่อเดิม นายเสกสรรค์ อายุ 25 ปี ชาว จ.มุกดาหาร เป็นคนมี 2 เพศ เดินทางมาพร้อมนายพันปี นางเสวย โคตรพัฒน์ บิดามารดา ยื่นความประสงค์ขอเปลี่ยนคำนำหน้านามจาก “นาย” เป็น “นางสาว” โดยนำเอกสารต่างๆ เช่น สำเนาสูติบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ หนังสือรับรองแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น และหนังสือขอเปลี่ยนคำนำหน้านามจากกรมการปกครอง เป็นหลักฐานในการยื่นคำร้องที่สำนักงานเขตหนองจอก กทม. โดยระบุว่า “มีอวัยวะสืบพันธุ์กำกวม แต่ถูกเลือกให้เป็นผู้ชายตามความต้องการของบิดา และเมื่อโตขึ้นกลับมีจิตใจเป็นผู้หญิง”

หลังจากเจ้าหน้าที่แผนกทะเบียนราษฎร์รับคำร้องตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด นายธีรัช วัฒนาผาสุขสกุล หัวหน้าฝ่ายทะเบียน นำนายสิริลดาไปทำบัตรประชาชนใบใหม่โดยระบุชื่อว่า “น.ส.สิริลดา โคตรพัฒน์” มี นพ.แท้จริง ศิริพานิช ในฐานะกรรมการสิทธิมนุษยชนลงชื่อรับรองการยื่นคำร้อง

น.ส.สิริลดา โคตรพัฒน์ กล่าวว่า เป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาต้ังแต่อายุ 12 ปี ทำให้ได้มีโอกาสเข้ารับการรักษา โดยถูกส่งตัวเข้ารับการตรวจอาการที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น

“เมื่อโตขึ้นได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดคร้ังแรกเมื่อปี 2549 คร้ังที่ 2 ปี 2550 และคร้ังสุดท้ายเข้ารับการผ่าตัดในกรุงเทพฯ ปี 2553 โดยแพทย์ระบุว่าฮอร์โมนเพศหญิงมากกว่าฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งก่อนหน้าเวลาถ่ายปัสสาวะจะผ่านออกทางช่องขับถ่ายบริเวณอวัยวะเพศหญิง ซึ่งไม่มีช่องคลอด มีเพียงรังไข่ขนาดเล็ก แต่ก็ฝ่อตัวเมื่อโตขึ้น ส่วนอวัยวะเพศชายเป็นองคชาตเล็กๆ ไม่มีอัณฑะ ทุกวันนี้ได้รับการผ่าตัดตกแต่งอวัยวะเป็นเพศหญิงแล้ว”

นพ.แท้จริง กล่าวว่า ก่อนหน้าที่ น.ส.สิริลดา โคตรพัฒน์ จะได้เป็นผู้หญิงอย่างสมบูรณ์แบบ ได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกว่าจะผ่านขั้นตอนตรวจสอบเฉพาะที่เขตหนองจอกต้องติดต่อเรื่องเอกสารนานถึง 3 เดือน เนื่องจากการเปลี่ยนคำนำหน้านามเพิ่งจะเคยเกิดขึ้นเป็นคร้ังแรก นอกจากนี้ยังต้องมีการตรวจสอบทางการแพทย์ถึงความเป็นหญิงมากกว่าชาย จากการมีสองเพศกำกวม และการตรวจสอบทางจิตวิทยาจนเป็นที่ยอมรับ

“กรณีนี้จะเป็นตัวอย่างที่คนสองเพศรายอื่นๆ ที่เชื่อว่ายังมีอีกมากในประเทศไทยจะเอาเป็นแบบอย่างในการขอเปลี่ยนเพศตามที่ต้องการสามารถทำได้ แต่ต้องผ่านการรับรองอย่างถูกต้องชัดเจน ซึ่งจะมีการทำหนังสือคู่มือคนสองเพศให้เป็นแนวทางในการเรียกร้องสิทธิในความเป็นคนโดยสมบูรณ์ แต่เป็นคนละกรณีกับสาวประเภทสอง หรือ ทอม ที่เกิดมามีเพศเดียว แต่มีการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงเพศตามที่ต้องการในภายหลัง ซึ่งกฎหมายไทยยังไม่อนุญาตให้เปลี่ยนคำนำหน้านามตามที่ต้องการได้”

ล่าสุด (10 ส.ค.60) ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์​ ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยัง นพ.แท้จริง ถึงเรื่องราวดังกล่าว ซึ่งคุณหมอเปิดเผยว่า ตอนนี้ไม่ได้เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแล้ว แต่เท่าที่ทราบตอนนี้ผู้ที่เปลี่ยนจาก “นาย” เป็น “นางสาว” ได้ยังมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ก็คือ คนที่เป็นข่าวเมื่อ 5 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวถามว่า การเปลี่ยนคำนำหน้านั้นมีหลักเกณฑ์อย่างไร นพ.แท้จริง ตอบว่า ต้องมีอวัยวะสืบพันธุ์กำกวม โดยที่ต้องมีใบรับรองแพทย์ ส่วนที่ว่าใครที่เกิดเป็นชายแล้วสภาพจิตใจเป็นหญิง จะมาขอเปลี่ยนมาใช้จาก “นาย” เป็น “นางสาว” นั้น ยังไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายไทยยังไม่รองรับ

เมื่อถามอีกว่า มีประเทศไหนในโลกนี้สามารถขอเปลี่ยนจาก นาย เป็น นางสาว ได้หรือไม่ โดยที่ไม่เพศสภาพ เป็นชาย หรือหญิง คุณหมอแท้จริง กล่าวพรวดขึ้นทันที “โอ๊ย...เยอะแยะ” แต่ก็จะมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันออกไป บางประเทศต้องมีใบรับรองจากจิตแพทย์ หรือบางประเทศไม่จำเป็นต้องมีก็ทำได้ อย่างประเทศอาร์เจนตินา เป็นต้น.