วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตะหมูเข้าปากหมา?

โดย สหบาท

ตอนนี้ตำรวจฟิตจัดไล่จับกลุ่มโฆษณาแฝงชักชวนให้ดื่มแอลกอฮอล์ดะไปหมด ไล่ตั้งแต่สาวเชียร์เบียร์ ไปจนถึงดารา นักร้อง และเน็ตไอดอล คนดังทั้งหลายแหล่...

ส่วนใหญ่รับสารภาพยอมให้ปรับ เรื่องจะได้จบๆไป ไม่ต้องมาแจกแจงว่าทำจริง...ทำไม่จริง...

เพราะเป็นที่รู้กันว่าเหล้า เบียร์ บุหรี่ ถูกจัดให้อยู่ใน กลุ่มภาษีบาป ไม่ค่อยมีใครอยากต่อความยาวสาวความยืด เพราะอ้าปากเมื่อไหร่ต้องถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนให้คนกินเหล้าสูบบุหรี่

ถูกตราหน้าว่าอยู่ในฝั่งคนเลวในสังคม?!?

แต่ก็แปลก? ภาษีที่รีดจากสิ่งที่ถูกจำกัดความว่า เลวร้ายให้โทษ ทำลายสุขภาพ กลับถูกนำไปช่วยเหลือคนอื่นได้เป็นจำนวนมาก

ไม่ต้องยกตัวอย่างไกล อย่างเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ครม. “บิ๊กตู่” เพิ่งเห็นชอบให้ขึ้นภาษีบาป 2% คาดว่าจะได้เงินปีละ 4 พันล้านบาท เอาไปเข้ากองทุนผู้สูงอายุ

ดูแล้วภาษีบาปชักเหมือนตู้เอทีเอ็มเข้าไปทุกที ขาดเงินเท่าไหร่ก็ขึ้นภาษี เงินก็ไหลออกมาไม่อิดออด...

แต่อีกแง่หนึ่ง ภาครัฐจะสนใจหรือทำเป็นหูหนาตาเล่อไม่เห็นว่าภาษีที่รีดเอารีดเอาปีละ 5-6 หมื่นล้านมันมาจากใคร?

ขอฟันธงเลยก็ได้ว่ามาจากตาสีตาสาคนในชนบท ที่ส่วนใหญ่รายได้น้อย!

กลุ่มคนเหล่านี้น่าสงสาร เค้าทำอะไรมาขายก็เดินไปซื้อหาตามราคาค่างวดแต่โดยดีไม่มีปากมีเสียง ทั้งๆที่ขึ้นภาษีมาไกลจนราคาแพงระยับ

คนเมืองซะอีกมีโอกาสหาซื้อของเถื่อนสารพัดชนิดทั้งเหล้า ไวน์ บุหรี่ ที่มีอยู่เต็มเมือง เพราะราคาถูกกว่าของถูกกฎหมายเกือบครึ่ง

แล้วอย่างนี้ ถ้าเลือกได้...จะเลือกซื้อแบบไหน?

และทุกครั้งที่ขึ้นภาษีบาป ขบวนการค้าของเถื่อนเหล่านี้ก็ขยับขึ้นราคาตามด้วย ทั้งที่ต้นทุนของตัวเองเท่าเดิม

จนถึงวันนี้ธุรกิจเหล้าบุหรี่เถื่อน กลายเป็นธุรกิจมืดหลายพันล้านไปแล้ว...

ไม่ต้องสงสัยว่าเงินที่ได้เพิ่มจากการขึ้นราคาเข้ากระเป๋าใคร...ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐที่ได้ “ส่วย” เพิ่ม และขบวนการค้าของเถื่อนเอง ที่อู้ฟู่ขึ้นกว่าเดิม!

เอะอะอะไรก็ขึ้นภาษีบาป เลยรู้สึกเหมือน “เตะหมูเข้าปากหมา” ยังไงชอบกล?

สหบาท