วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“รู้จักตนเอง” รากฐานสร้างสุขในยุคโซเชียล

ช่วงนี้ประเด็นเรื่องโรคซึมเศร้าถูกพูดถึงบ่อยๆ เราเห็นเรื่องราวของคนป่วยเป็นโรคนี้มากยิ่งขึ้น.. ข่าวการปลิดชีวิตตัวเองของศิลปิน การพยายามบอกเล่าเรื่องราวให้คนเข้าใจอาการ และสภาวะของผู้ป่วยโรคนี้ให้ถ่องแท้ยิ่งขึ้น

อาจด้วย “พลังของโซเชียล” ที่เป็นสื่อกลางการแพร่กระจายเรื่องราวเหล่านี้เข้ามาสู่สายตาเราง่ายยิ่งขึ้น และอาจด้วย “พิษของโซเชียล” ที่ทำร้ายคนที่จิตใจอาจไม่แกร่งพอ

เมื่อวันก่อน เพิ่งมีนิตยสารโทรมาสัมภาษณ์เฟื่องเรื่องมุมมองต่อยุค Thailand 4.0 พร้อมวิธีมีความสุขในยุคนี้ เลยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ อยากหยิบยกเป็นประเด็นมาเขียนสักหน่อยค่ะ

ทุกวันนี้คนเราใช้เวลากว่า 1 ส่วน 3 ของเวลาตื่น (หรืออาจจะมากกว่านั้น) ในการสิงอยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ ไถหน้าจอดูไทม์ไลน์ Facebook / Instagram / Twitter ฯลฯ ในฐานะคนที่เชื่ออย่างแรงกล้าว่า เทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ มุมหนึ่งเฟื่องเห็นประโยชน์ที่โลกโซเชียลทำให้เราไม่เหงา ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ได้กลับไปมองเห็นชีวิตเพื่อนเก่า ได้อัพเดตข่าวสาร แต่ในอีกมุมหนึ่ง การที่ทุกอย่างถูกย่อลงมาให้อยู่แค่หน้าจอเล็กๆ ทำให้คนรุ่นใหม่หลายคนรู้สึกเครียดโดยไม่รู้ตัว

ทุกวันนี้โซเชียลเปรียบเสมือนหน้าต่างแรกที่คนจะรู้จักกัน หรือแม้แต่รู้จักกันแล้ว ก็ยังเป็นเครื่องมือใช้ “นำเสนอตัวตน” ของคนนั้นว่า มีไลฟ์สไตล์อย่างไร คิดเห็นอย่างไร วันๆ ทำอะไร ดังนั้นความเป็นดาบสองคมของโซเชียลนี้ จึงเกิดก่อให้เกิดความเครียดขึ้นเป็น 2 มุม

1. ทำไมคนอื่นชีวิตดี?


2. เราจะเอาอะไรมาโพสต์ดี?

ประเด็นแรก ต้องยอมรับว่า เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะอยากนำเสนอแต่ด้านดีๆ เรื่องราวดีๆ ของตัวเองให้ผู้อื่นได้รู้ ดังนั้นทุกอย่างที่โพสต์ลงไปบนโซเชียล มักเป็นชีวิตด้านบวกที่เขาภูมิใจ เช่น ไปกินร้านดีๆ เที่ยวที่สวยๆ ฯลฯ ทำให้บางคนที่เสพแต่ชีวิตที่ “เขาคัดสรรมาแล้วว่าอยากนำเสนอ” รู้สึกกดดัน ว่าทำไมฉันจึงไม่มีชีวิตเช่นนั้นบ้าง ทำไมฉันต้องนั่งทำงานเหนื่อย กินข้าวธรรมดา ฯลฯ ยิ่งกับคนที่ไม่ค่อยมีความสุขกับตัวเองอยู่แล้ว มีเพื่อน “ชีวิต(ดู)ดี” หลายคนเข้า ก็ยิ่งเหมือนมีพลังสูบเราเข้าไปสู่หลุมดำ

เกิดเป็นประเด็นที่สอง คือ กดดันต่อว่า “แล้วเราจะเอาอะไรมาโพสต์ดี...?” เดี๋ยวนี้โซเชียลมีเดียเขาก็ขยันพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเขาให้เราเข้าไปติดงอมแงม นอกเหนือจากโพสต์รูปปก ก็ยังมี Story ที่จะหายไปใน 24 ชั่วโมงอีก ดังนั้นคนที่อยากชิค อยากได้รับการยอมรับ หรือคนที่เหงาอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกกดดัน ว่าฉันต้องหาอะไรมาโพสต์ให้ดูดีนะ ไปกินอะไร ไปเที่ยวไหนต้องถ่ายแล้วอัพทุกขั้นตอนนะ

จากที่เล่นเพื่อความสุข / ความสนุก กลายเป็นภาระรับผิดชอบในแต่ละวัน ที่ต้องสรรหาอะไรที่คูลๆ เก๋ๆ มานำเสนอ เสพติดกับยอดไลค์ ยอดคอมเมนต์ ยอดคนติดตาม ชอบที่ได้รับการยอมรับผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ วันไหนไม่ได้ทำ รู้สึกเหมือนชีวิตเติมไม่เต็ม

เกิดเป็นความกดดัน และทำให้เราไม่มีความสุขกับชีวิตตรงหน้า.. พอต้องแข่งกันโชว์ในยุคโซเชียลที่โลกหมุนเร็ว ก็มีสิ่งเร้าที่ดึงเราออกไปจากการ “สำรวจตัวเอง” มากมายเหลือเกิน

แท้จริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นน้อย หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลย หากเรา “รู้จักตัวเอง” รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ชอบอะไร/ไม่ชอบอะไร อะไรทำได้ดี อะไรต้องปรับปรุง ทำอะไรแล้วมีความสุข ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการสำรวจตัวเองอยู่บ่อยๆ หาเวลาอยู่นิ่งๆ กับตัวเองบ้าง คุยกับตัวเอง พิจารณาเรื่องที่ผ่านมาบ้าง เฟื่องเคยลองทำดู ปรากฏว่าได้ผลค่ะ อยากให้ทุกๆ คนที่อาจจะรู้สึกว่าตอนนี้ชีวิตไม่ค่อยมีความสุขโดยหาสาเหตุไม่ได้ ลองหาเวลา “Offline” ดูบ้าง

Offline แล้วไปนั่งที่โล่งๆ อ่านหนังสือสักเล่ม (สำหรับเฟื่อง แนะนำว่าให้เป็นหนังสือแบบพิมพ์นะคะ อย่าอ่าน E-book เพราะคุณอาจจะเจอการแจ้งเตือนในโซเชียลที่จะดึงคุณออกไปสู่โลกวุ่นวายได้เหมือนเดิม) ... หากรู้จักตัวเองดีแล้ว เราก็จะไม่อ่อนไหวง่ายๆ ไปกับสิ่งเร้ารอบตัว จะสามารถเห็นชีวิตคนอื่นที่ดีๆ แล้วรู้สึกยินดีไปกับเขาได้ ส่วนเราก็มีชีวิตที่มีความสุขในแบบของเรา

Offline บ้าง เพื่อ Detox สารพิษ หาสมดุลชีวิตในยุคโซเชียลค่ะ :)

ABOUT ME

Instagram: http://www.instagram.com/faunglada 

Facebook: http://www.facebook.com/faunglada


Youtube: http://www.youtube.com/faunglada 

Twitter: http://twitter.com/faunglada 

Blog: http://www.faunglada.com 

เฟื่องลดา