วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าให้ผิดหวังปฏิรูปตำรวจ

ปฏิรูปตำรวจ ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง

แค่เริ่มต้นแรกๆก็มีคัดง้างกันพอสมควรในหมู่คณะอนุกรรมการปฏิรูปตำรวจ เมื่อมีแนวคิดที่จะแยกงานในส่วนที่ตำรวจรับผิดชอบทั้งหมดไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจ ตม. ตำรวจท่าเรือ ตำรวจจราจร และอีกหลายหน่วยงานที่ทำให้ภารกิจของตำรวจจริงๆ ที่ควรทำหน้าที่แค่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

ดูแลให้ความปลอดภัย ให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนเท่านั้น

ปรากฏว่ามีนายตำรวจใหญ่คัดค้านไม่เห็นด้วย อ้างว่าหากโอนไปแล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบจะทำหน้าที่ได้หรือ มีความพร้อมหรือ มีบุคลากรทำหน้าที่ได้หรือ มีเครื่องไม้เครื่องมือหรือ

นี่แค่ปัญหาง่ายๆก็ยังไม่ยอมเลยครับ...นับประสาอะไร

ที่ผ่านมาเคยมีการโอนหน่วยงานจากตำรวจไปให้หน่วยงานโดยตรงรับผิดชอบก็ไม่เห็นจะมีปัญหา และสามารถทำงานกันได้

มิหนําซํ้ามีประสิทธิภาพดีกว่าด้วยซํ้าไป

ยิ่งเรื่องการบังคับใช้กฎหมายสามารถทำได้ค่อนข้างดี ไม่มีปัญหารีดนาทาเร้น ไม่มีปัญหาซื้อเก้าอี้ซื้อตำแหน่ง

การที่ต้องมีการปฏิรูปตำรวจนั้น ก็เพราะต้องการให้เป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องใช้ “ยาแรง” มิฉะนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

หากกระจายออกไปย่อมทำให้ภารกิจของตำรวจมุ่งไปสู่สภาพที่เป็นจริง ไม่ใช่เป็นหน่วยงานใหญ่โตรวมศูนย์อำนาจในส่วนกลางเอาไว้ทั้งหมด

นายเคสุกะ โฮซากะ ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ให้ความเห็นถึงโครงสร้างตำรวจของญี่ปุ่น ซึ่งมี 2 ระดับเอาไว้ชัดเจนเลยครับ...

1. หน่วยงานระดับชาติ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีภารกิจหลักในการวางนโยบาย เช่น การสร้างระบบ การจัดระเบียบ การปรับปรุงกฎหมายอาญา ร่างกฎหมาย

ยกเว้นหากมีคคีอาชญากรรมใหญ่จะเข้าไปร่วมคลี่คลายคดี

2 .หน่วยงานระดับจังหวัด ที่จะเป็นกองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด มีภารกิจหลักในการดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ เช่น การสืบสวนสอบสวน ดูแลความปลอดภัย โดยจะมีสถานีตำรวจประมาณ 1,200 แห่ง สาขาย่อยที่เป็นตำรวจชุมชนอีก 13,000 แห่ง

มีหน้าที่ป้องกันอาชญากรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของตำรวจในระดับจังหวัด โดยหน่วยงานระดับนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการด้านความปลอดภัยสาธารณะ

การบริหารงานมีลักษณะแยกออกจากกัน ส่วนกลางจะไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายการทำงาน หรือสั่งการกับหน่วยงานระดับจังหวัดโดยตรง

ทำให้มีความเป็นกลาง เป็นอิสระทางการเมืองเป็นประชาธิปไตย

คนที่เป็นตำรวจในระดับจังหวัดนั้นๆ จะทำงานจนเกษียณมีการโยกย้ายน้อยมาก ทำให้เป็นจุดแข็งของตำรวจญี่ปุ่น

คือเป็นผู้ประสานความร่วมมือกับชุมชน อาสาสมัคร เพื่อป้องกันอาชญากรรม

ขณะที่ป้อมตำรวจจะพบเห็นในทุกๆพื้นที่ เมื่อมีคดีเกิดขึ้นทำให้การสอบสวนสืบสวนเร็ว ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กคดีใหญ่จะต้องดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดก่อนจับกุม

เพราะหากอัยการไม่รับฟ้อง จะถือเป็นความผิดพลาดของตำรวจ ส่วนเงินเดือนตำรวจจะมากกว่าข้าราชการระดับเดียวกันถึง 10% ซึ่งเป็นส่วนสำคัญให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น การคอร์รัปชันจึงน้อยลง

การปฏิรูปตำรวจหรือการจัดโครงสร้างตำรวจของญี่ปุ่นมีการดำเนินการมาตลอด นับแต่เริ่มต้นด้วยการที่สหรัฐฯเข้ายึดครองญี่ปุ่นหลังสงครามโลก ด้วยนำรูปแบบมาใช้ที่ญี่ปุ่น

แต่ต่อมาก็มีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพความเป็นจริง จนที่สุดก็เข้าที่เข้าทางสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ดียิ่งขึ้น และทำหน้าที่รับใช้ประชาชนอย่างสมฐานะ

ต้องกล้าคิด กล้าเปลี่ยนแปลง จึงจะแก้ไขปัญหาตำรวจได้.

“สายล่อฟ้า”