บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้าย ‘กรมน้ำ’ ขึ้นตรงนายกฯ แก้ท่วมซํ้าซาก-อีกหลายจังหวัดยังวิกฤติ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระเมตตาโปรด เกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญ ถุงพระราชทานไปมอบ ช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยที่ จ.นครพนม ขณะ เดียวกัน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เนื่องจากทรงห่วงใยราษฎรที่จะได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัย เผยทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอดการพัฒนาโครงการ ร.9 แก้ไขปัญหาต่างๆให้คงอยู่และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ ขณะที่สถานการณ์น้ำที่ จ.อุบลฯ เจ้าหน้าที่เร่งอพยพชาวบ้านหนีน้ำ ส่วนที่ จ.กาฬสินธุ์ ปักธงแดงแจ้งเตือนประชาชน หวั่นน้ำท่วมหนักเหมือนปี 54 ขณะที่นายกฯ ประยุทธ์ สั่งย้ายกรมทรัพยากรน้ำ ไปสังกัดสำนักนายกฯ เพื่อแก้ปัญหาให้การทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น

แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง ในหลายพื้นที่จะเริ่มคลี่คลาย น้ำลดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังมานานและเน่าเหม็นจนเกิดมลภาวะ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า ล่าสุดเกิดน้ำป่าทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องขนย้ายของหนีน้ำกันโกลาหล

ร.10 ทรงพระเมตตาช่วยผู้ประสบภัย

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อวันที่ 9 ส.ค. จ.นครพนม สรุปสถานการณ์ล่าสุด ได้ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยเพิ่มอีก 3 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบ รวมเป็น 10 อำเภอ จากพื้นที่ทั้งหมด 12 อำเภอ พื้นที่การเกษตรนาข้าวเสียหายรวมกว่า 2 แสนไร่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 20,612 ครัวเรือน รวม 62,561 คน ถนนได้รับความเสียหายกว่า 60 สาย ช่วงสายที่วัดโพธิ์ชัยศรี บ้านปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานจำนวน 200 ชุด มามอบช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย มีนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม พล.ต.ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผบ.มทบ. 210 นครพนม พล.ร.ต.วารห์ แทนขำ ผบ.นรข.เข้าร่วมพิธี

อุบลฯเร่งอพยพชาวบ้านหนีน้ำ

ที่ จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำในแม่น้ำมูล เพิ่มสูงขึ้น ที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.วารินชำราบ อยู่ที่ 112.86 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยระดับเพิ่มขึ้นอีก 3 ซม. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ. 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ นำรถและเรือออกช่วยเหลืออพยพผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และขนย้ายสิ่งของให้กับชาวบ้านในชุมชนเกตุแก้ว ชุมชนหาดสวนยา ชุมชนท่าบ้งมั่ง ที่ถูกน้ำท่วมบ้านหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนชั้นสอง และไปอยู่ที่เพิงพักชั่วคราว ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า จ.อุบลราชธานี ยังมีสถานการณ์น้ำท่วม 9 อำเภอ บ้านเรือนถูกน้ำท่วม 2 อำเภอ คือ อ.เมือง จำนวน 218 ครัวเรือน อ.วารินชำราบ จำนวน 206 ครัวเรือน ที่เหลืออีก 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ม่วงสามสิบ อ.ดอนมดแดง อ.ตระการพืชผล อ.เดชอุดม อ.เขื่องใน อ.นาเยีย และ อ.สว่างวีระวงศ์ น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ขณะที่ชลประทานเร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำจำนวน 22 ชุด บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง

ปักธงแดงแจ้งเตือนประชาชน

ที่ จ.กาฬสินธุ์ น้ำท่วมขังพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และอ.ร่องคำ และยังเฝ้าระวังเนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวมีจำนวนมาก และเพิ่มการระบายเป็น 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน นายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนกลาง กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดลง 4 ซม. แต่ยังวิกฤติ ได้ปักธงแดงแจ้งเตือนให้ประชาชน เพราะเกรงน้ำจะท่วมหนักเหมือนปี 2554 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ จัดเวรยามเฝ้าระวังพนังดินกั้นแม่น้ำชียาว 22 กม. ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเตรียมกระสอบทรายไว้เสริมพนังกั้นน้ำ

มอบถุงยังชีพช่วยเหลือ

วันเดียวกัน นายชัชวาลย์ คงอุดม อดีต ส.ว.กทม. นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นำถุงยังชีพไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมที่บ้านเชียงสา ต.บัวบาน และที่ศูนย์อพยพบ้านดอนสมบูรณ์ ต.ดอน– สมบูรณ์ อ.ยางตลาด นอกจากนี้ นำถุงยังชีพอีกกว่า 1 พันชุด ไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ขณะที่ พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และ พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี รอง ผอ. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นำถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด ไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่หอประชุมอำเภอยางตลาด

เยียวยาหลังน้ำลดที่ยโสธร

ที่ จ.ยโสธร นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผวจ.ยโสธร เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำชี มีแนวโน้มที่ลดลง สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.เมือง เริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ ที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำใน อ.คำเขื่อนแก้ว อ.มหาชนะชัย และ อ.ค้อวัง ขณะเดียวกัน ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานจะเพิ่มการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปาวขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 35 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ สำหรับพื้นที่น้ำลดกลับสู่ภาวะปกติทางจังหวัดจะพิจารณาเยียวยาให้ความช่วยเหลือต่อไป

จ.แพร่ น้ำป่าซัดฝายพัง

ที่ จ.แพร่ มีรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดพายุฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เมือง อ.ร้องกวาง อ.สอง อ.สูงเม่น อ.ลอง และ อ.วังชิ้น โดยเฉพาะที่ ต.แม่ป้าก อ.วังชิ้น เกิดน้ำป่าจากห้วยแม่จอกไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หมู่ 5 หมู่ 8 หมู่ 9 และหมู่ 10 รวมกว่า 30 หลังคาเรือน ต้องขนย้ายข้าวของขึ้นไปไว้ที่สูง ส่วนฝายตงจ้อย ที่หมู่ 4 ต.หนองม่วงไข่ อ.หนองม่วงไข่ ถูกน้ำกัดเซาะพังทลาย นอกจากนี้ ที่บ้านนาฮ่าง หมู่ 9 ต.แม่ป้าก มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายไฟและถนนทำให้ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน ขณะที่นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.แพร่ นำกำลังทหาร และตำรวจ สภ.วังชิ้น ออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือเร่งด่วน

น้ำท่วมสูงถึงขอบหน้าต่างห้องเรียน

ที่ จ.พิษณุโลก หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านน้ำปาด และโรงเรียนบ้านน้ำปาด หมู่ 3 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ระดับน้ำสูง 2 เมตร ว่าที่ ร.ต.เกตุ ต่วนเครือ ผอ.ร.ร.บ้านน้ำปาด กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้สูงถึงขอบหน้าต่างอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องใช้ต่างๆ จมน้ำและลอยไปกับน้ำเสียหายจำนวนมาก ขณะนี้น้ำเริ่มลดแต่ยังท่วมขังในบริเวณโรงเรียน ได้สั่งปิดการเรียนการสอน 1 วัน มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 มาช่วยเหลือเคลื่อนย้ายสิ่งของและทำความสะอาดอาคารเรียน

เร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ

ที่ จ.นครสวรรค์ นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 11 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ชุมแสง อ.โกรกพระ อ.พยุหะคีรี อ.ตาคลี อ.ท่าตะโก อ.บรรพตพิสัย อ.แม่วงก์ อ.หนองบัว อ.ตากฟ้า และ อ.ไพศาลี ประชาชนได้รับความเดือนร้อน 21,340 ครัวเรือน จำนวน 56,527 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 256,740 ไร่ ส่วนใหญ่น้ำที่ท่วมขังยังทรงตัว มีลดลงเล็กน้อยในบางจุดเท่านั้น ส่วนที่โรงเรียนวัดช่องแกระ ต.วังมหากร อ.ท่าตะโก ระดับน้ำท่วมขังสูง 10-20 ซม. ยังไม่มีผลกระทบกับการเรียนการสอน ขณะที่ชาวนาในพื้นที่ ต.พนมเศษ อ.ท่าตะโก นำข้าวที่เกี่ยวหนีน้ำขึ้นมาตากแดดริมถนนสายทับกฤษ-พนมรอก เพื่อลดความชื้นก่อนส่งขายให้กับโรงสี ทั้งนี้ นายสมาน บ่ายสกุล ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า ทำนาข้าวจำนวน 70 ไร่ เก็บเกี่ยวข้าวหนีน้ำได้เพียง 3 ตัน หากนำไปขายจะขายได้เพียงตันละ 4,000-4,200 บาทเท่านั้น เมื่อข้าวตากแดดจะขายได้ ตันละ 5,000-5,200 บาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎร

วันเดียวกัน นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมายังสำนักชลประทานที่ 12 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ต.ชีน้ำร้าย และ ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี นายจรัลธาดากล่าวว่า ด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้ติดตามการดำเนินงานการบริหารจัดการน้ำของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนรับทราบความเป็นอยู่ของราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณรอบพื้นที่โครงการ อาจจะได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต ด้วยทรงมีพระราชปณิธานที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดการพัฒนาโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานแนวทางในการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้คงอยู่และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติสืบไป

“พาณิชย์” ปล่อยขบวนรถช่วยผู้ประสบภัย

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผย ภายหลังการปล่อยขบวนรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในจัดหาและรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เบื้องต้นกำหนดไว้ 5 จังหวัด คือ สกลนคร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และนครพนม จะทยอยให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ สำหรับสิ่งของที่จะส่งไปช่วยเหลือเป็นสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะแรก ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนช่วยกันบริจาค เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ปลากระป๋อง นมยูเอชที บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซอสปรุงรส เป็นต้น นอกจากนี้ได้จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชนที่ประสบอุทกภัยด้วย

ทูตจีนบริจาคช่วย 1 ล้านบาท

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายหนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือว่า นายกฯขอบคุณที่เอกอัครราชทูตจีนได้ช่วยประสานงานสำหรับการเยือนจีนของบุคคลสำคัญของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนายกฯแสดงความขอบคุณ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดิน ไหวในมณฑลเสฉวน ที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ราย และผู้บาดเจ็บกว่า 160 คน โดยนายกฯระบุว่า “ไทยกับจีนนั้นจะสุขก็สุขด้วยกัน จะทุกข์ก็ทุกด้วยกัน” ในโอกาสนี้เอกอัครราชทูตจีนแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุทกภัยในภาคเหนือและภาคอีสานของไทย พร้อมบริจาคเงินจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วย

“ประยุทธ์”สั่งย้ายกรมน้ำ

นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ย้ายกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตั้งเป็นสำนักงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากที่ผ่านมาการบริหารจัดการน้ำมีหลายหน่วยงาน และขาดหน่วยงานที่จะมาควบคุมกำกับ ทำให้ขั้นตอนการทำงานมีความล่าช้า โดยหลังจากที่กรมทรัพยากรน้ำมาขึ้นตรงและรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีจะทำให้การประสานงานมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น หน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีสามารถใช้อำนาจในทางบริหารมาดำเนินการได้ การย้ายสังกัดครั้งนี้คาดว่านายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจตามมาตรา 44แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ออกเป็นคำสั่ง และจะมีผลหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ชงแผนแก้น้ำท่วมเข้า ครม.สัญจร

นอกจากนี้จากปัญหาน้ำท่วมในภาคตะวันออก เฉียงเหนือในช่วงที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในปัญหาดังกล่าว และระบุว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมยังใช้เวลาการระบายน้ำนาน ให้ส่วนราชการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น พร้อมน้อมนำศาสตร์พระราชามาแก้ปัญหาแบบยั่งยืน โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 22 ส.ค.นี้

ที่ประชุมจะพิจารณาแผนป้องกันน้ำท่วมภาคตะวันออก เฉียงเหนือทั้งระบบ เพื่อให้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนในอนาคตต่อไป และนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมจะต้องพิจารณาถึงการเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งในปริมาณที่เหมาะสมด้วย

แจงตั้ง สนง.ทรัพยากรน้ำฯ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เปิดเผยกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมออกคำสั่งใช้มาตรา 44 รวมหน่วยงานบริหารจัดการน้ำของภาครัฐทั้งหมด ที่กระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน จัดตั้งเป็นสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ขอชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ที่มีผู้บริหารสูงสุดเป็นข้าราชการระดับ 11 หรือเทียบเท่ากับปลัดกระทรวง โดยให้บุคลากรของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาทำหน้าที่หน่วยงานในการวางแผนงานด้านน้ำของทั้งประเทศ ลักษณะคล้ายกับสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ทำหน้าที่ในการวางแผนในเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน และมีหน่วยงานด้านปฏิบัติ คือ กระทรวงและกรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น

“ยืนยันว่า ไม่ได้มีการยุบกรมชลประทาน เข้าไปร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติอย่างแน่นอน กรมชลประทานยังเป็นฝ่ายปฏิบัติต่อจากที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้วางแผนและสั่งการลงมา เหมือนที่หน่วยงานอื่นๆปฏิบัติตามที่บีโอไอสั่งการลงมา” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวย้ำ

กรมอุตุฯ คาดฝนตกหนัก 13–15 ส.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 10-12 ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเล อันดามัน มีกำลังอ่อนลง ส่วนในช่วงวันที่ 13-15 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง