วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปาดคอ ม.1 ชิงมือถือ มีดจี้บอก ‘กูขอนะ’ ตามล็อกได้ 6 หนี 1 รับเลือกเหยื่อ นร.

สืบหัวหมากรวบเกือบยกแก๊งชิงโทรศัพท์ มือถือนักเรียน อาละวาดหนักย่านตลาด บางกะปิ เหยื่อรายล่าสุดเป็นเด็กนักเรียน ชายวัย 13 ปี เดินทางกลับจากโรงเรียน พร้อมเพื่อน ถูกคนร้าย 2 คน ทำทีมาสอบถามเวลา แสดงสันดานโหดใช้มีดพับจ่อคอหอย คนร้ายอีกคนโดดต่อยทำให้เหยื่อถูกมีดบาดคอหวิดเป็นแผลเหวอะ กระชากเอาโทรศัพท์ ก่อนจะบังคับให้บอกรหัสล็อก และพูดว่า “กูขอนะ” ก่อนจะวิ่งหนีหาย แฉตระเวนจี้เหยื่อเฉพาะนักเรียนข่มขู่ง่ายไม่ต่อสู้ ก่อเหตุมาหลายครั้งครูเหยื่อสุดทนโพสต์ฟ้องสังคมออนไลน์

จากกรณีที่สังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพ พร้อมข้อความเตือนภัยของอาจารย์ท่านหนึ่งว่า นักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ ที่สอนอยู่ ถูกทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ บริเวณสะพานข้ามคลองแสนแสบใกล้ตลาดบางกะปิ และเส้นทางเลียบคลองใกล้ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 4 ส.ค. ก่อนที่คนร้ายจะลงมืออีกครั้งเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา มีนักเรียนตกเป็นเหยื่อรวม 3 คน 1 ในนั้นถูกคนร้ายใช้มีดปาดคอจนเป็นแผล

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ส.ค. มีรายงานว่า พ.ต.ท.พิพัฒน์ เต็งถาวร รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก พร้อมกำลังสามารถจับกุมผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุได้ 6 คน เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วยนายภราดร หรือท็อป สุกไกรรัตน์ อายุ 26 ปี นายทนา หรือบิ้ว โตนชัยภูมิ อายุ 26 ปี น.ส.รุ้งตะวัน หรืออ้อม จั่นโต อายุ 20 ปี นายจีรวัฒน์ หรือก้อง จ้ายหนองบัว อายุ 33 ปี นายอำนาจ หรือโทน สระทอง อายุ 35 ปี และนายสันทนา หรือนา รุประมาณ อายุ 38 ปี พร้อมของกลางมีดพับ ยาว 5 นิ้ว 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือดีแทค โฟน 4.0 สีเทาดำ 1 เครื่อง ราคา 1,690 บาท เสื้อผ้าที่สวมใส่วันก่อเหตุ จับกุมทั้งหมดได้ที่บ้านพัก บริเวณสะพานข้ามคลองแสนแสบใกล้ตลาดบางกะปิ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ จะตระเวนจี้ชิงทรัพย์เด็กนักเรียนในพื้นที่บางกะปิ เนื่องจากสามารถข่มขู่ได้ง่ายและไม่ต่อสู้ วันเกิดเหตุได้ลงมือก่อเหตุ 3 ราย รวมถึงยังได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในวันที่ 4 ส.ค. อีก 1 ราย มีนายภราดร และนายทนา เป็นผู้ก่อเหตุ เหยื่อรายล่าสุดถูกมีดบาดคอ เพราะนายทนาถือมีดพับจ่อคอเหยื่อเป็นจังหวะนายภราดรกระโดดชก ทำให้มีดบาดคอแล้ว ชิงโทรศัพท์ไปให้ผู้ต้องหาที่เหลือเอาไปขายที่ร้านรับซื้อโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ในห้างย่านบางกะปิ นำเงินไปเที่ยวเตร่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามยึดโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายมาได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแก่ร่างกายและจิตใจ และร่วมกันพกพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร

พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมากกล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกแล้ว เหลือผู้ต้องหาอีก 1 คน คือนายสุเทพ หนูเทศ อายุ 25 ปี หลบหนีจะติดตามมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนการป้องเหตุได้ประสาน สน.ลาดพร้าว พื้นที่รอยต่อช่วยกันส่งกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้ามาตรวจตราในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอีก ฝากถึงร้านรับซื้อโทรศัพท์ขอให้มีมาตรการในการใช้ใบรับซื้อของเก่า การเก็บข้อมูลของผู้ขาย เพื่อป้องกันการตกเป็นส่วนร่วมกับคนร้าย

ขณะที่ ด.ช.คม (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ผู้เสียหายให้การว่า วันเกิดเหตุช่วงเย็นวันที่ 7 ส.ค. หลังเลิกเรียนพร้อมเพื่อนนักเรียนอีก 2 คน เดินทางกลับบ้านมาถึงบริเวณใต้สะพานข้ามคลองแสนแสบ ได้มีชาย 2 คน เดินมา ถามเวลาว่ากี่โมงแล้ว หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก่อนหน้านั้นไม่ได้ถือโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินจากไปแต่ชายทั้งสองกลับมาถามอีกครั้ง แต่เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลาอีกครั้ง ก็ถูกมีดจ่อคอ ขณะที่อีกคนได้ต่อยเข้าที่ใบหน้า ทำให้มีดที่จ่ออยู่บาดเข้าลำคอเป็นแผลยาว 1 นิ้ว แผลไม่ลึกไม่ได้เย็บแผล จากนั้นชาย 2 คน ได้กระชากโทรศัพท์ไป ก่อนจะบังคับให้บอกรหัสล็อกโทรศัพท์ และพูดว่า “กูขอนะ” ก่อนจะวิ่งหนีหายไป ส่วนเพื่อนที่เดินมาด้วยกันไม่ได้ถูกทำร้ายหรือชิงทรัพย์ เพราะวิ่งหลบหนีไปก่อน จากนั้นขอให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุช่วยทำแผลและเข้าแจ้งความตำรวจ สน.หัวหมาก

ขณะที่มารดา ด.ช.คมกล่าวว่า รู้สึกตกใจหลังทราบเรื่องเกิดเหตุร้ายกับลูก ช่วงเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด จุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางที่ลูกชายใช้เดินทางกลับบ้านเป็นประจำ ไม่เคยเจอกลุ่มผู้ต้องหา หรือมีเรื่องกันมาก่อน ทั้งที่ลูกชายไม่ได้ขัดขืน ยังถูกทำร้ายขนาดนี้ ขอบคุณตำรวจที่ติดตามจับคนร้ายได้เกือบหมดเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคนอื่นอีก