วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชลประทานสกลนคร ชี้ น้ำท่วมเริ่มคลายหลังฝนหยุด ยัน เขื่อนน้ำอูนแข็งแรง

ผอ.ชลประทานสกลนคร เผย จนท.ยังเร่งช่วยผู้ประสบน้ำท่วม ขณะสถานการณ์น้ำเริมคลี่คลายหลังฝนหยุดตก 3 วัน คาดอีก 2 วัน น้ำหนองหาร กลับสู่ระดับปกติ ยืนยัน เขื่อนน้ำอูน แข็งแรง 100%

นายนิพนธ์ มังกรแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสกลนคร เปิดเผยว่า จากกรณีน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายรวมทั้งชลประทานทำงานกันอย่างหนักเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยและคลี่คลายภาวะน้ำท่วม ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดดีขึ้นเป็นลำดับ ประกอบกับฝนหยุดตกกว่า 3 วัน ระดับน้ำในหนองหาร ลดลง 17 ซม. และล้นสปิลเวย์เหลือเพียง 29 ซม. ซึ่งคาดว่าอีก 2 วัน จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมวลน้ำจะอยู่ในระดับเก็บกักของหนองหาร

ขณะพื้นที่ทางการเกษตรรอบลำน้ำก่ำ ปัจจุบันได้รับผลกระทบลดลง เหลืออยู่ประมาณ 20,000 ไร่ ซึ่งมีแนวโน้มลดลงสอดคล้องกับหนองหาร ระดับน้ำก่ำลดลง 15 ซม. วันนี้มีมวลน้ำเข้ามาในหนองหาร ประมาณ 17 ล้าน ลบ.ม. แต่สามารถระบายออกได้มากกว่า 25 ล้าน ลบ.ม. ส่วนประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต ซึ่งเป็นประตูบานสุดท้ายก่อนลงสู่แม่น้ำโขง มีระดับความต่างระหว่างน้ำก่ำและน้ำโขงประมาณ 1.40 เมตร และสามารถระบายมวลน้ำออกสู่น้ำโขงได้กว่าวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. จากภาพรวมจะเห็นว่าสถานการณ์น้ำระหว่างหนองหารผ่านน้ำก่ำก่อนสู่แม่น้ำโขงที่ จ.นครพนม ดีขึ้น และคาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติในไม่ช้า

ส่วนเขื่อนน้ำอูน ปัจจุบันมีน้ำอยู่ที่ 638 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณเก็บกัก 520 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 122% แต่ไม่ต้องกังวล เพราะสามารถเก็กกักน้ำได้อีกมาก มีความมั่นคงแข็งแรง 100 % น้ำอูนกำลังอยู่ในการพร่องน้ำหลายทาง อาทิ การไหลล้นสปิลเวย์ การระบายออกทางประตูระบายน้ำ คลองชลประทานน้ำอูน รวมถึงการระบายออกทางห้วยปลาหาง จากการตรวจสอบพบว่ามีน้ำไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 8.6 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 11.5 ล้าน ลบ.ม. เป็นแนวโน้มดีขึ้นเช่นเดียวกัน ขอให้มันใจว่าเขื่อนน้ำอูนมีความแข็งแรงได้มาตรฐาน

ทางด้านอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ก็ได้ระดมกำลังและเครื่องจักรเข้าซ่อมแซมคันดินที่พังเสียหาย มีแผนการดำเนินการเป็นขั้นตอน ด้วยการทำคันดินชั่วคราวปิดกั้นน้ำก่อน ซึ่งขณะนี้สร้างไปแล้ว 64% คาดว่าจะเสร็จในวันที่ 12 ส.ค. ส่วนคันดินเดิมจะซ่อมให้เสร็จในวันที่ 22 ส.ค. นี้ มีการสร้างทำนบดินขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งให้มั่นคงแข็งแรง มีการบดอัดแบบเทคโนโลยีใหม่ ไม่เหมือนกับคันดินเดิมซึ่งสร้างเสร็จในปี 2499 ซึ่งบดอัดด้วยแรงคน แต่ทำนบที่สร้างขึ้นใหม่จะใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย พร้อมเสริมร่องแกนฝั่งลึกลงไปในชั้นดินเพิ่มความแข็งแรงมั่นคง.