วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เซ็งสตง.ลุยเน็ตชายขอบ

บอร์ดกสทช.ไฟเขียวเกณฑ์“โอทีที”ใหม่

บอร์ด กสทช.เคาะเกณฑ์ “โอทีที” ใหม่ รวมบริการโทรคมนาคมด้วย ส่วนเน็ตชายขอบยังไม่อนุมัติจัดจ้าง เหตุต้องแจง สตง.ให้เข้าใจก่อน “ฐากร” ตัดพ้อเหนื่อยและท้อ ทำอย่างโปร่งใส จนอันดับดัชนีไอซีทีของประเทศแซงหน้าหลายประเทศอาเซียน แต่ยังถูก สตง.ท้วงติงอีก

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.ที่มี พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน ได้มีมติอนุมัติให้นำร่างหลักเกณฑ์การอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ลักษณะ Over The Top (OTT : โอทีที) เพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย จากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียก่อน แล้วนำมาเสนอบอร์ด กสทช. อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มเติมคำนิยามของบริการโอทีทีด้วย จากเดิมเน้นเฉพาะบริการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ แต่เมื่อมีเสียงท้วงติงว่า ปัจจุบันบริการโอทีทีนั้นครอบคลุมถึงบริการโทรคมนาคมด้วย เช่น บริการของอูเบอร์ แท็กซี่, แกร็บ แท็กซี่ มารับฟังความคิดเห็นด้วย ฉะนั้นก็ขอให้นำมารับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อยด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดยังได้ขอปรับปรุงคณะอนุกรรมการโอทีทีที่มี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธานด้วย จากเดิมมีกรรมการ 11 คน โดยขอเพิ่มเป็น 15 คน โดยเพิ่มรายชื่อดังนี้ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการ กสทช. นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการ กสทช. นายธวัชชัย จิตภาษ์นันท์ นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รวมเป็นกรรมการด้วย เพื่อให้ร่างหลักเกณฑ์การอนุญาตบริการลักษณะโอทีทีนั้นครอบคลุมทุกมิติ

นายฐากรกล่าวต่อว่า นอกจากที่ประชุมยังได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หรือเน็ตชายขอบ ภายใต้นโยบายเน็ตประชารัฐของรัฐบาล จำนวน 3,920 หมู่บ้าน วงเงิน 13,000 ล้านบาท แต่ยังไม่อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้าง แม้ กสทช.จะได้เปิดประมูลโครงการ และได้รายชื่อผู้เสนอราคาต่ำสุดแล้วเมื่อวันที่ 1-2 ส.ค.60 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เนื่องจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำหนังสือท้วงติงการดำเนินงานของ กสทช.ว่าไม่ควรดำเนินการโครงการดังกล่าว เพราะซ้ำซ้อนกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นั้น บอร์ด กสทช. จึงมีมติให้สำนักงาน กสทช.ไปจัดทำร่างหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด และนำมาเสนอให้บอร์ด กสทช.เห็นชอบก่อนส่งหนังสือแจ้งไปยัง สตง.ในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม บอร์ด กสทช.ยืนยันว่ามีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินงานโครงการเน็ตชายขอบ ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.กสทช.) และดำเนินการอย่างถูกต้องโปร่งใสตามขั้นตอน แต่หาก สตง.ต้องการให้ กสทช.ยกเลิกโครงการเน็ตชายขอบ ก็ขอให้ยืนยันกลับมายัง กสทช. และต้องตอบกลับด้วยความรวดเร็วด้วย มิเช่นนั้นประเทศจะเสียโอกาส ประชาชนเสียประโยชน์ เพราะไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตราคาถูก ซึ่ง กสทช.ได้ทำสัญญาประชาคมกับประชาชนแล้วว่าจะเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาไม่เกินเดือนละ 200 บาทต่อครัวเรือน

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กสทช.ทำงานอย่างเต็มที่ ทำอย่างโปร่งใส และพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน ซึ่งการเปิดประมูล 3 จี และ 4 จี ทำให้ดัชนีด้านไอซีทีของประเทศปรับระดับดีขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 36 แซงหน้า

หลายประเทศในอาเซียน ถือเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศ หากเปิดให้บริการเน็ตประชารัฐ เน็ตชายขอบ เชื่อว่าจะทำให้ดัชนีด้านไอซีทีของประเทศไทยขยับอันดับดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ขยายตัวดีขึ้น

“ผมเหนื่อยมากและท้อเต็มทนกับสิ่งที่ สตง.ท้วงติงมา ทั้งๆที่ กสทช.ทำตามกฎหมายของ กสทช. ซึ่งผมก็ต้องทำหนังสือชี้แจงตามขั้นตอน และขอยืนยันว่าทำอย่างถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องผมก็ต้องรับผิดชอบ และยกเลิกโครงการ เมื่อยกเลิกโครงการ ประเทศชาติเสียโอกาส ประชาชนเสียประโยชน์ ประเทศล้าหลัง ใครจะร่วมรับผิดชอบ แต่เมื่อผมทำหน้าที่เลขาธิการ กสทช. ผมก็ต้องสู้ ต้องชี้แจง และยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการเน็ตชายขอบ เพราะถ้าไม่ทำเกียร์ว่าง ผมขอหยุดพักอยู่บ้านดีกว่า”.