บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟ้าผ่าชาวนา 3 พี่น้อง ดับ2 รอด1 เชื่อ ไม่ตายเพราะห้อยเหรียญหลวงพ่อสน

สลด!ฟ้าผ่าลงมากลางวง ชาวนา 3 พี่น้อง บ้านคำเจริญ สระแก้ว ตาย 2 รอดปาฏิหาริย์ 1 หลังหยุดพักกลางวัน นั่งรับประทานฝรั่งร่วมกันบนคันนา ตัวพี่ชาย เชื่อ ที่รอดตายทั้งที่ถูกฟ้าผ่าจนสลบ เพราะห้อยเหรียญหลวงพ่อสน วัดทุ่งพระ พ.ศ.2523

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 9 ส.ค. ร.ต.อ.สุทธิ อุดร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งเหตุฟ้าผ่าจากหน่วยกู้ภัยสว่างสระแก้ว ว่า มีชาวนาถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา บ้านคำเจริญ หมู่ 15 ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว หลังรับแจ้งจึงได้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบว่า ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนสายเขาหินซ้อน –สระแก้ว พบรถกระบะ ยี่ห้อ อีซุซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน บจ – 3283 สระแก้ว จอดอยู่ข้างทาง ห่างเข้าไปเพียงเล็กน้อยพบรถไถนาจอดอยู่ ในที่เกิดเหตุ พบศพชาวนานอนเสียชีวิตอยู่ 2 คน คนแรก ชื่อ นางนงค์ลักษณ์ แปลงกาย อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 7 ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว สวมใส่กางเกงขายาวสีขี้ม้า เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีแดงคาดลายดำ ส่วนอีกหนึ่งศพ ชื่อ นางหนูแดง สีลา อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 บ้านคลองอุดม หมู่ 7 ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว สวมใส่กางเกงขายาวสีลายเทา สวมเสื้อยืดสีแดง

นายสว่าง สีลา อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 บ้านคลองอุดม หมู่ที่ 7 ต.ท่าเกษม เล่าว่า ตนเป็นพี่ชายของนางนงค์ลักษณ์ และนางหนูแดง เมื่อตอนเช้าของวันนี้ ตนและน้องสาว ได้พากันมาดำนา หลังมาถึงก็ช่วยกันดำนา จนถึงเที่ยงวัน จึงพากันหยุดพักเที่ยง และได้ตั้งวงกินข้าวกัน บนคันนาข้าว หลังกินข้าวกันแล้ว ก็นำฝรั่งมากินกัน ขณะนั้นมีฝนตกลงมาปรอยๆ แล้วฝนก็หายไป จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาดังเปรี้ยง ตนเองกับน้องสาวกระเด็นไปกันคนละทางสองทาง ตนเองสลบไปประมาณครึ่งชั่วโมงเศษ หลังฟื้นขึ้นมา เหลือบไปเห็นน้องสาวทั้งสองคน ถูกฟ้าผ่ากระเด็นตกจากคันนาไปอยู่ในนาข้าว จึงรีบคลานเข้าไปหา และพยายามช่วยปั๊มหัวใจ แต่น้องสาวได้ขาดใจตายไปตั้งแต่นาทีแรกที่ถูกฟ้าผ่าแล้ว นายสว่างเอาเหรียญหลวงพ่อสน วัดทุ่งพระ พ.ศ. 2523 ออกมาโชว์ ให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งนายสว่าง เชื่อว่า สาเหตุที่ตนเองรอดจากฟ้าผ่าราวปาฏิหาริย์ ในครั้งนี้เป็นเพราะตนเองแขวนเหรียญของหลวงพ่อสน จึงได้รอดชีวิต หลังข่าวการรอดชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า ของนายสว่างแพร่สะพัดออกไป ทำให้ราคาเหรียญของหลวงพ่อสน รุ่นนี้ พุ่งไปถึงหลักแสน จากเดินแค่เพียงหลักหมื่นเท่านั้น สำหรับศพของชาวนาทั้งสองคน ศพของนางหนูแดงญาติได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่สำนักสงฆ์ บ้านคลองเจริญ ส่วนศพของนางนงลักษณ์ ญาติได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดทุ่งพระ ต.ท่าเกษมต่อไป