บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ้าของร้านยาวัย 62 ปี เป็นศพลอยน้ำ มีแผลถูกทำร้าย ญาติปักใจโดนฆาตกรรม

ชาวบ้านพบศพหญิงวัย 62 ปี เจ้าของร้านขายยา เป็นศพลอยน้ำที่ย่านคลองลำผักชี มีบาดแผลตามร่างกาย ญาติเชื่อปมฆาตกรรมหลังหายจากบ้านไป 4 วัน ตำรวจสน.บางเขน เร่งหาหลักฐานหาข้อเท็จจริง...

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญู เร่งนำศพเพศหญิงสภาพขึ้นอืด อยู่ในคลองลำผักชี ริมถนนตัดใหม่เทพารักษ์ มุ่งหน้าพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพฯ ขึ้นมาตรวจสอบหลังมีชาวบ้านไปพบ โดยจากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตหญิง แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เผยว่ามีบาดบริเวณหน้าท้องต้นขาและตามร่างกายกว่า 10 จุด สภาพศพค่อนข้างเน่าเปื่อย โดยเบื่องต้นสันนิษฐานว่าบาดแผลที่พบมีทั้งร่องรอยที่เกิดก่อนเสียชีวิตและหลังเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งต้องนำศพไปตรวจทางนิติเวชอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะเดียวกันมีผู้มาแสดงตัวว่าเป็นญาติของผู้เสียชีวิต ทำให้ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นางศุภรัตน์ อิทธิขจรกิจ อายุ 62 ปี เจ้าของร้านขายยาภายในซอยพหลโยธิน 52 สูญหายไปจากบ้านพักในช่วงเย็นวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา และมีการแจ้งเป็นบุคคลสูญหายไว้กับสน.บางเขน และมูลนิธิกระจกเงา ไปก่อนหน้านี้

นายต่อลาภ อิทธิขจรกิจ ลูกของผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นชุดเดียวกันกับวันที่หายตัวไปเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา แล้วปกติมักจะออกบ้านไปเดินเล่นในช่วงเย็นเป็นประจำแต่ในวันที่ 4 ได้เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้าง ออกไปจากบ้าน พร้อมกับเงินสดจำนวน 3-4 พันบาท และหายตัวไปก่อนศพเป็นศพ พร้อมยอมรับว่าแม่ของตัวเองมีโรคประจำตัว และกินยานอนหลับเป็นประจำ และเชื่อว่าสาเหตุที่เกิดน่าจะเป็นเหตุฆาตกรรม

ขณะเดียวกันในพื้นที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน เรียกคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่มาส่งผู้เสียชีวิตมาสอบถามทันที โดยเผยว่าวันที่ 4 สิงหาคม ประมาณ 1 ทุ่ม ได้รับผู้เสียชีวิต บริเวณซอยพหลโยธิน 52 มาส่งที่ถนนเทพรักษ์ ด้วยค่าจ้าง 25 บาท ให้ไปส่งบริเวณแยกลำกระเฉด แต่ถนนค่อนข้างเปลี่ยวจึงอาสาจะไปส่งที่อื่น แต่กลับถูกปฏิเสธ

เบื้องต้นพิสูจน์หลักฐานยังไม่พบว่ามีเอกสารสิทธิหรือทรัพย์ติดตัวมาด้วย ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ รวมถึงผลตรวจทางนิติเวชจากแพทย์ เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป.