วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มทภ.4 สั่งฟันวินัยทหารพราน ลั่นปืนใส่ นศ.ปัตตานี ยันไม่ปกป้องคนผิด

มทภ.4 สั่งฟันวินัยทหารพรานลั่นปืนใส่ นศ.ปัตตานี ยันไม่ปกป้องคนผิด ส่วนคดีอาญาก็ให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย ขณะที่ ส.อ.ซ่าเมายิงปืนขู่ นศ.กราบขอโทษ ยืนยัน ไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร ผู้บังคับบัญชายันไม่มีปกป้อง ผิดว่าตามผิด...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ส.ค. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณีที่ ส.อ.ปรีชา อินทะรังษี ทหารพรานสังกัดหน่วยเฉพาะกิจที่ 4422 อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และได้สั่งการชัดเจนว่า ไม่ว่าจะเป็นทหาร จะอยู่ในช่วงระหว่างลาพัก ก็คือประชาชนธรรมดา กลับไปบ้านก็คือประชาชนธรรมดา แต่นี่ทราบว่าทหารคนดังกล่าวกลับบ้านแล้วไปทะเลาะกับภรรยา ดื่มเหล้าจนเมา และมีการใช้อาวุธปืน ตนได้สั่งการแล้วให้ดำเนินการทั้งคดีอาญา และวินัยทางทหาร ซึ่งทหารคนดังกล่าวตนได้สั่งขังเรียบร้อยแล้ว และทำเรื่องส่งไปต้นสังกัด เพื่อทำเรื่องของดบำเหน็จและบำนาญ ในส่วนของคดีความก็ต้องดำเนินการต่อไป ขอให้ทุกคนสบายใจได้ ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวกเพื่อช่วยเหลือกัน และไม่มีเจ้าหน้าที่ข่มขู่ประชาชนได้

“คุณต้องยอมรับว่าทำผิดจริง ถึงแม้จะเป็นทหาร อยู่ในช่วงเวลาลาพักก็ต้องทำตัวเป็นประชาชนที่ดี ไม่ใช่จะพกอาวุธปืนไปทำอะไรก็ได้ ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจว่าทหารจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน และดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ทหารที่เป็นแบบนี้มีน้อยมากในกองทัพ ส่วนใหญ่มีความตั้งใจที่จะช่วยดูแล และพัฒนาพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนได้อยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

ต่อมา เวลา 11.30 น. ส.อ.ปรีชา อินทะรังษี ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำทหาร ที่มณฑลทหารบกที่ 46 ในฐานะผู้ต้องหาก็ได้ขออนุญาต พลตรี จตุพร กลัมพสุต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 ว่า จะขอร่วมแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมได้กล่าวขอโทษในสิ่งที่กระทำลงไป เพราะด้วยความเมาที่มีปากเสียงกับภรรยา จึงบันดาลโทสะด้วยการก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และพร้อมรับผิดในสิ่งที่กระทำลงไป แต่ขอภาคเสธในบางกรณี และขอให้การในชั้นศาล

โดย ส.อ.ปรีชา อินทะรังษี กล่าวว่า สิ่งที่ทำไปเพราะความเมา และไม่ได้ตั้งใจ โดยใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า ต้องกราบขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับผิดแล้ว สิ่งที่ทำเพราะเครียดเรื่องครอบครัวและเมา ไม่เจตนาที่จะทำร้ายใคร ตนก็ให้การต่อพนักงานสอบสวนไปแล้ว

ด้าน พลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้น เพราะ ส.อ.ปรีชา ทะเลาะกับภรรยา และไปดื่มสุรา ก่อนจะขับรถชนรถ จยย.ของผู้เสียหาย และแสดงกิริยาไม่เหมาะสมเข้าข่ายข่มขู่ ซึ่งผู้เสียหายก็ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่า ซึ่ง ส.อ.ปรีชา ก็ยอมรับว่าดื่มสุราจนเมา แต่ในทางคดีก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง และไม่มีการช่วยเหลือหรือปกป้อง ซึ่งผู้ต้องหาเป็นทหารก็ต้องขึ้นศาลทหาร จึงต้องนำตัวมาควบคุมตัวที่เรือนจำทหาร และดำเนินคดีในศาลทหาร ซึ่งจะไม่สามารถจะอุทธรณ์หรือฎีกาได้ ที่สำคัญเป็นการกระทำความผิดในพื้นที่ประกาศอัยการศึก มีโอกาสที่ศาลจะลงอาญาทหารมากขึ้น และยังมีการกระทำความผิดทางวินัยด้วย ซึ่งทาง กอ.รมน.กำชับมาตลอดว่า ทหารทุกนายต้องรักษากฎเหล็ก 10 ข้อ โดยเฉพาะไม่ดื่มสุรา ไม่สร้างเงื่อนไข และต้องให้เกียรติประชาชน ซึ่ง ส.อ.ปรีชา จะถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวอีกว่า ตนได้พบกับ ส.อ.ปรีชา บอกว่าจะสู้คดี ซึ่งก็ว่าไปตามกระบวนการ แต่ขณะนี้ก็ได้ใช้อำนาจจำขังไปก่อน และระหว่างจำขัง ทางส่วนพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสั่งฟ้องในศาลทหาร ขณะนี้ได้สั่งพักราชการ ส.อ.ปรีชา จนกว่าคดีจะถึงที่สุดถึงจะให้ออก ในส่วน นศ.ที่ได้รับความเสียหาย ตนและผู้บังคับบัญชาของ ส.อ.ปรีชา ต้องขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้ปฏิเสธในสิ่งที่เกิดขึ้น มั่นใจได้ว่าต่อไปจะไม่มีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ตนได้กำชับผู้บังคับหน่วยทุกนายให้กำชับกำลังพลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการพกพาอาวุธ ต้องให้เกียรติและเพื่อคุ้มครองประชาชน

ขณะที่ นักศึกษาที่ถูกสิบเอกใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ในขณะมีอาการมึนเมา กล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้ตนตกใจ และไม่คาดคิดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องใช้ปืนในการตัดสิน ตนเพียงแต่ต้องการคำขอโทษ เนื่องจากทรัพย์สินไม่ได้เสียหายมาก อยากได้เพียงแค่คำขอโทษเท่านั้น อยากจะฝากไปยังเจ้าหน้าที่ว่า ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงลาพัก ก็ต้องยิ่งควรระวังในการใช้อาวุธปืนให้มากขึ้น

ส่วน ดร.บดินทร์ แวลาเตะ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่จะเข้ามาดูแลความปลอดภัยของนักศึกษา ส่วนความช่วยเหลืออันดับแรกก็คือ การดูแลเรื่องที่พักให้กับนักศึกษาที่เกิดเหตุ ให้มาอยู่หอพักภายในมหาวิทยาลัย เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดบาดแผลทางด้านจิตใจ ดังนั้น จึงจะต้องบำบัดและดูแล โดยนักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีทั้ง 2 สาขา โดยผ่านกระบวนการศูนย์สุขภาวะนักศึกษา จะได้เข้ามาพูดคุยทั้งตัวเด็กนักศึกษา และผู้ปกครอง มาร่วมพูดคุยเพื่อเยียวยาจิตใจให้ดีขึ้น.