บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฮกเฟซ ตุ๋น หาแพะ! งานง่ายได้ตังค์ ใช้บัญชีหลอกโอนเงิน ซวย..เป็นคดีมีหนี้อื้อ!

เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รับแจ้งจาก แฟนเพจไทยรัฐ โดยมีผู้แจ้งเรื่องขอความเป็นธรรมเข้ามา พร้อมบรรยายว่า ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง หลังจากแฟนได้ไปสมัครงานที่ประกาศหาตามเฟซบุ๊กต่างๆ โดยระบุว่า รายได้ดี วันละ 500-1,000 บาท แต่สุดท้ายกลับมีคดีติดตัว  

ชื่อ-นามสกุล นายนิพนธ์ แซ่ย่าง
เรื่องที่ร้องเรียน ขอความเป็นธรรม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรียนถึงสื่อต่างๆ เนื่องจาก แฟนผมว่างงานเลยอยากหางานทำ จึงหางานในเฟซเเละเห็นเฟซของ Anuphon Supchinda เเละเฟซบุ๊กชื่อ ปรัชญา เเชมป์ ได้โพสต์ประกาศรับสมัครคนเติมวอลเล็ต งานง่ายๆ ทำเวลาว่างหรือทำเป็นงานเสริมรายได้ 500-1,000 บาท ต่อครั้ง ที่ไปเติมเเค่มีเซเว่นฯ อยู่ใกล้บ้านท่าน เลยทักไปสมัครงานเเละได้คุยแชตรายละเอียดงาน ขั้นตอนการสมัคร ต้องใช้บัญชีเพื่อใช้เบิกถอน เเละบัตร (ATM) เเละเเล้วเเฟนก็ได้สมัครเเละเอาหมายเลขบัญชี ของผมโดยที่ไม่ได้บอกผมเลย ว่าเอาบัญชีผมไปสมัครงาน

ทั้งนี้ ได้มีการสมัครงานไว้ 9 ก.ค.60 เเละเริ่มงาน วันที่ 10 ก.ค. จากนั้นเวลาช่วงเที่ยงๆ เฟซบุ๊ก Anuphon Supchinda ได้ทักมาบอกเเฟนว่าเดี๋ยวจะมียอดเงินเข้าในบัญชี เเละให้เเฟนไปถอนเงินเเละไปเติมทรูวอลเล็ตที่เซเว่น โดยเขาจะส่งเบอร์มาให้เเฟน เบอร์ที่ส่งมาเเต่ละครั้งวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท โดยทำงานตั้งแต่วันที่ 10, 13, 14, 15, 18 เเละวันที่ 19

ต่อมาได้มี สภ.งาว โทรเข้ามาบอกว่ามีผู้เสียหายเเจ้งความถึงเราว่า เราได้ไปแฮกเฟซบุ๊กของน้องชายผู้เสียหายไปหลอกให้ผู้เสียหายโอนตังค์ มาเเละบอกว่าจะจ่ายค่าไก่ชน โดยใช้บัญชีผมให้กับผู้เสียหายโอนเงินมา โดยที่เเฟนคิดว่าเงินนี้มาจากเฟซบุ๊กชื่อ Anuphon Supchinda ไม่คิดเลยว่าเฟซบุ๊กของ Anuphon Supchinda จะไปหลอกเอาตังค์คนอื่นมาโดยใช้บัญชีเราเป็นเหยื่อให้กับเขา

ต่อมาจึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองเชียงราย ในวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งตอนนี้มีหลาย สภ.ส่งหมายเรียกเพื่อให้เราเข้าให้ปากคำเรื่อยๆ หลายแห่ง ด้วยเหตุนี้จึงอยากจะขอความเป็นธรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ลงชื่อ นายนิพนธ์ เเซ่ย่าง

ทั้งนี้ หลังรับแจ้งดังกล่าว ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงได้ติดต่อกลับไปยังเบอร์ที่ให้ไว้ ปรากฏว่า ผู้ที่รับสายคือ น.ส.ดาวเรือง เบเยียกู อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าอาข่า โดยมีบัตรสีชมพู (บัตรแสดงตนของคนที่ไม่มีสัญชาติไทย) โดยเธอเล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นจากตนไม่มีงานทำ ก็เลยที่จะอยากหางานทำ เมื่อเห็นเปิดรับสมัครผ่านเฟซบุ๊กว่า มีรายได้ดี วันละ 500-1,000 บาท ก็เลยลองไปสมัครดู โดยตนถามย้ำว่า “ไม่ใช่งานผิดกฎหมายใช่หรือไม่...เขาก็ตอบว่าใช่” จากนั้น เขาก็อธิบายลักษณะงานมา ว่าต้องใช้บัญชีธนาคาร ซึ่งตนไม่มี เพราะเป็นต่างด้าว จึงใช้เลขบัญชีแฟน จากนั้นไม่นานเขาก็ติดต่อกลับมา และเริ่มงานกันตั้งแต่วันที่ 10 เงินที่เข้ามาส่วนใหญ่จะเป็นเงินหลักหมื่น มากที่สุดคือหลักแสนบาท

เมื่อได้เงินมาก็จะถอนเงินออกมา โดยแบ่งเป็นค่าจ้าง 500 บ้าง หรือ 1,000 บ้าง โดยหักเงินจากเงินที่เข้ามา จากนั้นก็เอามาซื้อทรูวอลเล็ตให้เขาส่งตามหมายเลขที่เขาให้มา โดยเป็นหมายเลขที่ไม่ค่อยซ้ำกัน เมื่อทำไปได้จนถึงวันที่ 19 ก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาจาก สภ.งาว ว่าตนได้ไปหลอกเงินคนอื่น แฮกเฟซบุ๊กคนอื่น เราก็งงและไม่เข้าใจ และอธิบายให้เขาฟังว่าทำอะไรบ้าง จากนั้น วันเดียวกันในช่วงเย็นจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองเชียงราย โดนถูกหลอกให้เป็นเหยื่อ

“เราได้ปรึกษากับทางผู้เสียหาย ผู้เสียหายเขาอยากได้เงินคืนเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาเงินเข้าบัญชีและออกไป 4 แสนกว่าบาท โดยที่ได้เงินประมาณ 2-3 พันบาทเท่านั้น ตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะทีแรกเข้าใจว่าเป็นเงินของ คนที่ใช้เฟซบุ๊ก Anuphon Supchinda แต่เมื่อไปตรวจสอบก็ทำให้ทราบว่าเงินที่เข้ามามีจากหลายบัญชี”

ตอนนี้แฟนเครียดมาก เขาทำงานที่ห้างชื่อดังที่ จ.เชียงราย และมีหมายเรียกสอบปากคำมาจากอีกหลาย สภ. อาทิ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ สภ.งาว

หลังจากที่คุยกัน น.ส.ดาวเรือง เบเยียกู เธอได้ให้เบอร์โทรศัพท์ตำรวจ สภ.งาว รายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของคดี ที่เรียกนายนิพนธ์ และ น.ส.ดาวเรือง ไปชี้แจงถึงคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งปลายสายยืนยันว่าเป็นตำรวจจริง แต่ขอไม่บอกชื่อตำแหน่ง โดยเปิดเผยว่า เขาได้มาร้องทุกข์ที่ สภ.งาว จริง โดยอ้างว่าถูกหลอก และจากการตรวจสอบข้อมูล เรารู้เพียงอย่างเดียวคือเจ้าของบัญชี ก็คือ นายนิพนธ์ ส่วนคนอื่นๆ นั้นไม่สามารถตามหาข้อมูลได้ ทั้งนี้ นายนิพนธ์ เองก็ถือว่าเป็นผู้ต้องหา และพยาน เนื่องจากมีผู้มาแจ้งความ ส่วนสิ่งที่เขาพูดนั้น เกี่ยวข้องกับขบวนการหรือไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการ จริงหรือไม่ ก็ไม่มีใครยืนยันได้ เนื่องจากตัว น.ส.ดาวเรือง เองก็ได้ค่าตอบแทน ส่วนจะร่วมขบวนการหรือไม่ก็ต้องพิสูจน์ ซึ่งหลักฐานที่เขาให้มาก็ดูน่าเชื่อถืออยู่ว่าอาจจะถูกหลอกจริงๆ

ตำรวจ สภ.งาว รับ มีการร้องทุกข์จริง เบื้องต้น เริ่มจากมีผู้เข้าแจ้งความ 

ส่วนมีการประสานกับตำรวจท้องที่อื่นหรือไม่ นายตำรวจ สภ.งาว กล่าวว่า “ผมไม่ทราบ แต่ในส่วนของผม ก็พยายามเดินหน้าหาหลักฐานต่างๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ หรือหลักฐานที่เขานำมามอบให้ ส่วนเขาจะรู้กันหรือไม่รู้กัน ตอบยาก หากจะให้ไล่ตามหลักฐานทุกอย่างก็มาจบลงที่เขา การที่เขากล่าวอ้างนั้นก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถจะพูดอะไรก็ได้ ส่วนเรื่องคดีความก็เดินหน้าหาความจริงกันต่อไป”

ผอ.ศรีสะเกษเอฟซี โดนแฮกเฟซบุ๊ก ส่งแชตให้โอนเงินไปทั่ว โชคดีไม่มีใครหลงกล เตือน อย่าตั้งรหัสเป็นเบอร์โทรศัพท์ 

นอกจากนี้ ทีมข่าวฯ ยังได้ตรวจสอบข้อมูลอีกชุดหนึ่งในโลกโซเชียล โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “เสือ โหย” ได้แชร์ข้อความเตือนภัย ระบุว่า “เล่นมาแฮกลูกพี่เสือโดยเหรอ เดว..โดน!” ซึ่งเมื่อทีมข่าวได้เปิดอ่านก็ต้องสะดุดเมื่อพบชื่อบัญชีคือ นิพนธ์ แซ่ย่าง!! ถูกระบุ ด้วยเหตุนี้จึงได้โทรไปสอบถาม ก็ทราบว่าผู้ที่ถูกแฮกเฟซบุ๊กนั้นเป็นคนดังในวงการลูกหนังไทย คือ นายเชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี

นายเชิดศักดิ์ เล่าให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า ตนได้ถูกแฮกเฟซบุ๊ก ในวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าตนถูกมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแล้ว ช่วงค่ำวันนั้นมีเพื่อนๆ โทรมาหาตนจำนวนมาก แต่ตนก็ไม่ได้รับสาย กระทั่งมีโทรศัพท์ได้โทรเข้าหาแฟนแล้วรีบบอกให้ตนรับสาย ตนจึงทราบเรื่อง...

“ผมพยายามเข้าเฟซบุ๊กตัวเองแต่ทำไม่ได้ จึงได้สมัครเฟซบุ๊กอันใหม่เพื่อแจ้งเตือนไปยังเพื่อนๆ แต่ยังโชคดีว่า เพื่อนๆ ของผมไม่มีใครโอนเงินไปยังบัญชีนายนิพนธ์ แซ่ย่าง เลย แต่ก็มีคนที่จังหวัดสุรินทร์ ถูกหลอกให้โอนเงินจำนวน 25,000 บาท ซึ่งผมมาทราบภายหลังว่านายนิพนธ์ ก็ถูกหลอกให้ไปทำงานด้วย โดยบอกกับผมว่าตอนนี้กลายเป็นผู้ต้องหาที่ต้องชดใช้เงิน 4 แสนกว่าบาท”

ผอ.สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี กล่าวทิ้งท้ายว่า...เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ตนเลยว่า การที่จะสมัครเฟซบุ๊กนั้น สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือ การตั้งรหัสผ่านเป็นเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งตนเชื่อว่าตนโดนแฮกเพราะการตั้งรหัสแบบนี้ ฉะนั้น ตนจึงอยากเตือนและแชร์เรื่องราวไปถึงคนที่ใช้เฟซบุ๊กด้วย นอกจากนี้ หากมีใครทักทายมาให้โอนเงิน กรุณาโทรไปสอบถามเจ้าตัวเสียก่อนดีกว่า

ทั้งนี้ หากมีเรื่องร้องเรียน ต้องการความกระจ่าง อยากให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง สามารถส่งเรื่องมาได้ที่เพจทีมข่าวเฉพาะกิจ ในชื่อ ข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์