บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อโละวิธีตั้ง ผบ.ตร.ให้อำนาจ ก.ตร.แทน ก.ต.ช. ดันสูตรใหม่ '33-33-34'

"สมคิด"เผยวงประชุม กก.ปฏิรูป ตร.เตรียมเดินสายรับฟังความเห็นของ ปชช.ชงตั้งสูตรเลือก ผบ.ตร."33-33-34" เน้นคนเก่งคนดี โละวิธีตั้ง ผบ.ตร.ให้อำนาจ ก.ตร.แทน ก.ต.ช. พร้อมกระจายอำนาจ ผบ.ตร.ให้ ผบ.ภาค ตั้งตำรวจในพื้นที่เต็มที่ คาดสรุปในสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 60 ที่รัฐสภา นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) กล่าวถึงผลการประชุมว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการแต่ละชุดได้ทยอยเสนอความเห็นมายังที่ประชุม มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ ดังนี้

1. คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ได้กำหนดวันรับฟังความคิดเห็น ในวันที่ 25 ส.ค. ที่ กทม., วันที่ 31 ส.ค. ที่ จ.นครศรีธรรมราช, วันที่ 7 ก.ย. ที่ จ.ลำปาง และวันที่ 20 ก.ย. ที่ จ.ขอนแก่น

2. คณะอนุกรรมการโครงสร้างอำนาจหน้าที่ เสนอให้ สตช.ยังคงอยู่ภายใต้สังกัดของนายกฯ ต่อไป ควรจะกระจายอำนาจของ ผบ.ตร.ไปยังภาค ให้มีบทบาทตัดสินใจเรื่องการบริหารบุคคลและงบประมาณ หมายความว่าปัจจุบัน ผบ.ตร. เป็นผู้ตัดสินใจโยกย้ายตำรวจทุกตำแหน่ง ไม่เฉพาะที่ กทม. แต่รวมไปถึงตำรวจภาค ดังนั้นจึงเห็นว่า ควรให้ผู้บัญชาการภาคดูแลในเรื่องดังกล่าว สอดคล้องกับคณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคลของ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ในอนาคต ผบ.ตร.จะดูแลระดับสูงขึ้นมากว่าภาค ตั้งแต่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจ และ ผู้บัญชาการทั้งหลาย แต่ต่ำลงไปกว่านั้นจะให้แต่ละภาคดูแลเอง

3. คณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคล เสนอต่อที่ประชุมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และตำแหน่งผู้บัญชาการภาค ได้แก่ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น จะให้พิจารณาจากความรู้ความสามารถ 67 เปอร์เซ็นต์ และระดับอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ในกรณีของการพิจารณาจากความรู้ความสามารถ 67 เปอร์เซ็นต์นั้น แบ่งเป็นการพิจารณาจากความรู้ความสามารถโดยแท้ 33 เปอร์เซ็นต์ เช่น ตำรวจที่ได้รับรางวัลดีเด่น จะต้องได้รับการพิจารณา และอีก 34 เปอร์เซ็นต์จะพิจารณาจากความรู้ความสามารถทั่วไป ซึ่งเรียกว่าเป็น 33–33-34

สำหรับตำแหน่ง ผบ.ตร. มีการเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นผู้พิจารณาคัดเลือก จากปัจจุบันที่กำหนดให้ ผบ.ตร.คนปัจจุบัน คัดเลือกรายชื่อ ผบ.ตร.คนถัดไป และเสนอชื่อไปให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) พิจารณา เพราะเดิม ก.ต.ช.มีนายกฯ เป็นประธาน ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองอีก กรรมการ ก.ต.ช. ก็มาจากคนนอกเป็นส่วนใหญ่ ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่า เรื่องของตำรวจควรให้ ก.ตร.ทำหน้าที่แทน แต่ ก.ต.ช.ยังคงอยู่ตามเดิม ทำหน้าที่เฉพาะนโยบายตำรวจโดยแท้เท่านั้น เสนอผู้บัญชาการภาคตั้งคนในพื้นที่ 

นายสมคิด กล่าวต่อว่า ส่วนตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ถึงผู้บังคับการ (ผบ.ก.) ปัจจุบันกำหนดให้ ผบ.ตร.คัดเลือกรายชื่อ และเสนอให้ ก.ตร.พิจารณา แต่มีการเสนอให้คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นผู้พิจารณาแทน ส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการภาค ยังให้ ผบ.ตร.มีอำนาจแต่งตั้งตามเดิม แต่ตำแหน่งที่ต่ำกว่า รองผู้บัญชาการภาคเป็นต้นไป จะให้ผู้บัญชาการภาคเป็นคนแต่งตั้งโยกย้าย หมายความว่า แต่ละภาคจะมีอิสระในการดูแลบริหารบุคคลภายในภาคของตนเอง ข้อเสนอทั้งหมดนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ จะสรุป และมีมติในสัปดาห์หน้า

"ที่ประชุมอภิปรายกันว่า ตำรวจกว่า 2 แสนคน ไม่ควรแต่งตั้งโดยคนเดียว ควรแบ่งอำนาจการแต่งตั้งไปตามภาคทั้งหลาย" นายสมคิด กล่าว