วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมาเป็นเหตุ! หนุ่มชนอัลเซเชียนผกก. โดนเรียก3หมื่น กลายเป็น ผกก.ถูกย้าย

ชาวบ้านที่นครศรีธรรมราช รวมตัวขับไล่ ผกก.จากเหตุคดีรถชนหมาที่วิ่งตาม ผกก.ขณะปั่นจักรยานออกกำลังกาย หนุ่มสวนยางขับรถมาตามทาง ถูกหมาอัลเซเชียนวิ่งมาชน หมาตาย คนขับเจอข้อหา-เรียก 3 หมื่น ค่าหมาที่ตายกับลูกในท้อง ชาวบ้านเลยฮือไล่ ผกก.

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่หน้า สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีชาวบ้านจาก ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์ ประมาณ 300 คน นำโดย นายแสงระวี เทพธานี อายุ 50 ปี สมาชิก อบต. หมู่ 4 ต.สามตำบล เดินทางมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องให้มีการย้าย พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว ผกก.สภ.จุฬาภรณ์ ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีการตั้งเวทีปราศัยกล่าวหาโจมตีการทำงาน และพฤติกรรมของ พ.ต.อ.สมยศ อย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน

นายแสงระวี กล่าวว่า เมื่อเช้าวันที่ 5 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สมยศ ได้ปั่นจักรยานออกกำลังกาย บนถนนสายปลายนา–ควนแบก ท้องที่หมู่ 4 ต.สามตำบล โดยได้จูงสุนัขพันธุ์อัลเซเชียนเพศผู้ โดยใช้เชือกล่ามให้วิ่งตามจักรยาน 1 ตัว และมีสุนัขเพศเมียพันธุ์เดียวกันอีก 1 ตัว วิ่งไล่ตาม

ปรากฏว่าในขณะนั้น ได้มี นายธีระพงศ์ เทพยศ ชาวบ้านหมู่ 4 ต.สามตำบล อาชีพทำสวนยาง ขับรถยนต์ปิกอัพตอนครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ สีขาว ทะเบียน ผค 2536 นครศรีธรรมราชผ่านมา หมาเพศเมียที่วิ่งตามรถจักรยานของ พ.ต.อ.สมยศ ซึ่งเป็นตัวที่ไม่มีเชือกล่าม ได้วิ่งข้ามถนนไปชนรถยนต์ของนายธีระพงศ์ เป็นเหตุให้สุนัขเพศเมียตัวดังกล่าวถึงแก่ความตาย

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีตำรวจไปส่งหมายเรียก นายธีระพงศ์ ให้ไปพบ ร.ต.อ.คำนึง สงขวัญ พนักงานสอบสวนที่ สภ.จุฬาภรณ์ ในวันที่ 8 ส.ค. 2560 เวลา 08.30 น. ระบุว่า นายธีระพงศ์ ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหรือฐานความผิด ขับรถในทาง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วไม่หยุดรถช่วยเหลือหรือแสดงตัว 

นายธีระพงศ์ ผู้ถูกกล่าวหา ได้นำหมายเรียกดังกล่าวมาให้ผู้นำท้องถิ่นดู ระบุว่าไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาในหมายเรียก เมื่อผู้นำท้องถิ่นตรวจสอบกับชาวบ้าน ซึ่งเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ ต่างยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุนัขวิ่งข้ามถนนมาชนรถยนต์ของนายธีระพงศ์ ไม่ใช่นายธีระพงศ์ขับรถไปชนสุนัข

ดังนั้น ในเช้าของวันถัดมา คือวันที่ 6 ส.ค. 2560 นายธีระพงศ์ พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ได้เดินทางไปที่ สภ.จุฬาภรณ์ เพื่อไปยืนยันข้อเท็จจริงกับทางตำรวจ ปรากฏว่าได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่า ผู้เสียหายในคดีนี้เรียกค่าเสียหายเป็นค่าชีวิตสุนัข 15,000 บาท รวมทั้งลูกในท้องของสุนัขที่ยังไม่คลอดอีก 15,000 บาท รวมเป็น 30,000 บาท โดยยืนยันไม่ลดค่าเสียหาย และฝ่ายผู้เสียหายยืนกรานให้นายธีระพงศ์ต้องชดใช้ แม้ว่าตนและผู้นำท้องถิ่นจะไปขอร้องคหบดีในท้องถิ่น ผู้หลักผู้ใหญ่ในอำเภอให้ช่วยมาเจรจากับตำรวจ แต่ทางตำรวจไม่ยอม ยืนกรานว่าต้องดำเนินคดีหากไม่มีการชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้เมื่อชาวบ้านรู้ ได้มีการส่งข้อความแสดงความคิดเห็นโจมตีตำรวจกันในโลกโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง และนัดรวมตัวกันในวันที่ 8 ส.ค. 2560 อันเป็นวันนัดตามหมายเรียกของตำรวจ เพื่อเรียกร้องให้มีการย้าย พ.ต.อ.สมยศ

จากนั้นในเวลา 12.30 น. นายไพบูลย์ นาคทิพย์พิมาน นายอำเภอจุฬาภรณ์ ได้เดินทางมาพบกับผู้ชุมนุม และรับหนังสือข้อเรียกร้องให้ย้าย พ.ต.อ.สมยศ จากนายแสงระวี และแกนนำชาวบ้าน ก่อนจะเชิญ นายแสงระวี และตัวแทนชาวบ้าน เข้าไปพูดคุยกับ พ.ต.อ.สมยศ ในห้องประชุมของ สภ.จุฬาภรณ์ ซึ่งจากการพูดคุย พ.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้แล้ว ขอให้เลิกแล้วต่อกัน แต่นายแสงระวีและแกนนำชาวบ้านไม่ยินยอม ยืนยันให้ผู้บังคับบัญชาย้าย พ.ต.อ.สมยศ ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งทางนายอำเภอจุฬาภรณ์กล่าวกับทั้งสองฝ่ายว่า จะรายงานให้ ผวจ.นครศรีธรรมราช และ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ทราบ

ต่อมา ในเวลา 14.45 น. พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางมาที่ สภ.จุฬาภรณ์ พูดคุยเจรจากับแกนนำของผู้ชุมนุม และแจ้งกับผู้ชุมนุมว่า ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สมยศ ไปช่วยราชการ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันนี้ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งชาวบ้านพอใจพากันสลายตัวไป ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์ พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว ผกก.สภ.จุฬาภรณ์ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ พ.ต.อ.สมยศ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนเป็นข้าราชการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

ขณะที่ พ.ต.ท.โกวิทย์ ปล้องบรรจง รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สภ.จุฬาภรณ์ เผยว่า คดีนี้หลังจากมีการแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2560 มีการเจรจากัน ในวันที่ 6 ส.ค. 2560 แม้ว่าจะยังไม่มีข้อยุติทางคดี แต่ในวันที่ 7 ส.ค. 2560 คือวันถัดมา ทางฝ่ายผู้เสียหายได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่า คู่กรณีสามารถตกลงกันได้แล้ว ตนจึงได้ทำหนังสือถึงผู้ถูกกล่าวหา ว่าไม่ต้องมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกแล้ว แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์กลับบานปลาย ถึงขั้นชุมนุมขับไล่ ผกก. ทั้งๆ ที่ได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบแล้วว่า ผู้ถูกกล่าวหา ไม่ต้องมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว.