วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไท้ส่วยเอี้ย 60 องค์! เที่ยวศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ เสริมดวงครึ่งปีหลัง

น้อยนักที่จะมีโอกาสได้ชมองค์ไท้ส่วยเอี้ยหรือเทพคุ้มครองดวงชะตาประจำปีเกิดของมวลมนุษย์ทั้งหมด 60 องค์ ที่รวมไว้ในวัดแห่งเดียว ซึ่งเทพเจ้าองค์นี้คนที่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน (พี่น้องไทยเชื้อสายจีน) จะให้ความเคารพศรัทธากันมาก

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฮัมมิ่งเบิร์ดได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวชมวัดจีนชื่อดังแห่งหนึ่ง อยู่ที่แหลมแท่น ทางไปเขาสามมุข จ.ชลบุรี บอกชื่อแล้วต้องร้อง อ๋อ แน่ๆ นั่นก็คือ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ หรือ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม I Tour Alone ไทยรัฐออนไลน์ จะพาคุณไปเที่ยวด้วยกัน

-1-

จริงๆ ส่วนตัวไม่ค่อยอินเรื่องปีชงหรือการแก้ชงสักเท่าไร แต่ดันเกิดปีเถาะ ปีชงแรงกับปีระกา 100% เลยอยากทำให้สบายใจซะหน่อย ก็ว่าจะแก้ชงตั้งแต่ต้นปีแล้วละ แต่ก็ไม่ว่างสักที ไหนๆ ก็มาเที่ยวถึงศาลเจ้าหน่าจาฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการแก้ปีชงแล้ว ก็ทำซะที่นี่เลย ขอให้ครึ่งปีหลังเฮงๆ รวยๆ การงานรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรงด้วยเทอญ...

แค่ก้าวแรกที่เข้ามาในศาลเจ้า ถึงกับต้องอุทานเบาๆ อุต๊ะ! ทำไมมันยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้ กลุ่มอาคาร เจดีย์ทรงจีน หอระฆัง และอื่นๆ ดูวิจิตรสวยเว่อร์ทุกมุม นึกว่าหลุดมาจากเมืองจีน ถ้าเป็นภาษาจีนต้องร้องเลยว่า “เหิ่น เพี้ยว เลี่ยง” แปลว่า สวยงามมากๆ

ศาลเจ้าหน่าจาฯ เดิมเป็นเพียงศาลเจ้าเล็กๆ มีพื้นที่เพียง 200 ตารางวา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2534 โดยท่านอาจารย์สมชาย พุทธนพ เป็นคนริเริ่ม แม้จะเป็นศาลเจ้าเล็กๆ แต่ก็มีลูกศิษย์และผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา เข้ามาสักการบูชาเป็นจำนวนมาก

5 ปีถัดจากนั้น เป็นโอกาสพิเศษการเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.9 ครบ 72 พรรษา อาจารย์สมชาย จึงริเริ่มแนวคิดว่าอยากสร้างศาลเจ้าหลังใหญ่ขึ้น ก็มีผู้ร่วมบริจาคจำนวนมาก ทำให้รวบรวมงบก่อสร้างได้ถึง 300 ล้านบาท ใช้เวลาสร้าง 4 ปี บนเนื้อที่ 5 ไร่

ความยิ่งใหญ่คือในปีที่สร้างเสร็จนั้นเอง สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้เสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิด ประทานพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 9 พระองค์ มาประดิษฐานไว้ที่นี่ และประทานนามให้ว่า ‘วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม’ และเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวว่า Naja Temple

-2-

ปัจจุบันศาลเจ้าหน่าจาฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขาเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ นิยมเดินทางมาชมความสวยงามอลังการ ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน มีรูปปั้นมังกรมากถึง 2,840 ตัว กระถางธูปศักดิ์สิทธิ์ เสาฟ้าดิน เป็นต้น ภายนอกว่าสวยแล้ว เข้าไปข้างในยิ่งสวยกว่า แถมยังได้ชมวิวจากมุมสูงได้ 180 องศาซะด้วย มีให้เดินชมถึง 4 ชั้นด้วยกัน อ้อ...แต่เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านในนะจ๊ะ

ชั้น 1 เป็นที่ประดิษฐานของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ซึ่งทรงปณิธานคล้ายคลึงกับพระแม่กวนอิม แต่พระองค์จะต้องโปรดเวไนยสัตว์ที่อยู่ในนรกให้หมด ต่อมาชั้นที่ 2 เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ปางที่จำลองมาจากมณฑลเสฉวนจากประเทศจีน

ส่วนชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นกษัตริย์ของเทพทั้งปวง ใครมาสักการะพระองค์ก็จะได้บุญบารมีมาก ส่วนใครที่อยากชมวิว ให้ขึ้นมาที่ชั้น 4 ซึ่งประดิษฐานองค์พระประธาน หรือ องค์พระศรีศากยมุนีพระพุทธเจ้า องค์พุทธเจ้าอีก 5 พระองค์

เมื่อเดินออกมานอกระเบียง ก็จะเห็นวิววัดในมุมสูงซึ่งสวยอลังการไปอีก และยังมองเห็นวิวทะเลอยู่ไกลๆ ลมเย็นพัดเข้ามาตลอดเวลา บรรยากาศดี สูดหายใจสดชื่นเต็มปอด เขาจะมีเก้าอี้ให้นั่งชมวิวด้วยนะ เพลินดี ชอบ!

-3-

มาถึงไฮไลต์ของวัดอย่าง ‘การแก้ชง’ อย่างที่บอกไปว่าเราเกิดปีเถาะ เป็นปีชงกับปีระกาเต็มๆ แต่ยังไม่ได้แก้ชงสักที เอาละเดี๋ยวจะพาไปดูวิธีแก้ชงของศาลเจ้าแห่งนี้ และชมเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย 60 องค์กันดีกว่า

เราต้องเดินไปทางศาลาใหม่ที่เพิ่งสร้าง จะแยกออกจากตัววัด โดยบริเวณนี้จะเป็นจุดที่ให้ประชาชนเข้ามาแก้ชงกันโดยเฉพาะ นี่ขนาดผ่านไปครึ่งปีแรกแล้วนะ แต่คนก็ยังแห่มาไหว้เจ้าแก้ชงกันอย่างล้นหลาม

ภายในศาลาจะมีศาลเจ้าเล็กๆ ประดิษฐานองค์ไท้ส่วยเอี้ยองค์เล็กๆ ทั้งหมด 60 องค์ ซึ่งปีนี้ ใครเป็นปีชงก็ต้องมาไหว้ขอพรกับองค์ไท้ส่วยที่มีพระนามว่า ‘ถั่งเกี๊ยกไต่เจียงกุง’ นั่นเอง

วิธีแก้ชงเริ่มจากไปซื้อของไหว้ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีส้ม อาหารเจแห้ง กระดาษเงินกระดาษทอง ธูป เทียน น้ำมันตะเกียง เป็นต้น จากนั้นก็เดินไปรับใบแก้ชง เขียนชื่อองค์ไท้ส่วยประจำปีนี้ และชื่อตัวเราเอง จากนั้นนำของไหว้และใบแก้ชงไปที่ศาลองค์ไท้ส่วย วางของไหว้ไว้ที่โต๊ะหน้าศาล ไปจุดธูปเทียนไหว้สักการะ ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย ในแผ่นกระดาษนั้นจะมีบทสวดมนต์ให้สวดตามไปด้วย

จากนั้นไปเติมน้ำมันตะเกียง แล้วเดินกลับมาเอาของไหว้ พร้อมนำใบแก้ชงและกระดาษเงินกระดาษทองมาม้วนเป็นกำ แล้วปัดความโชคร้ายออกจากตัว 13 ครั้ง (ปัดจากศีรษะลงไปถึงปลายเท้า) ส่วนของไหว้ที่รับคืนมา ให้นำชุดอาหารเจแห้งทำกับข้าวกินเป็นมื้อเช้า และกินส้มเพื่อสิริมงคล แถมยังมีใบฮู้เอาไว้ให้พกติดตัวด้วย

ทำแล้วก็สบายใจดีนะ รู้สึกโล่งใจหลังจากที่ไม่มีโอกาสแก้ชงมาตั้งแต่ต้นปี ในที่สุดก็ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ ส่วนใครอยากมาเที่ยวชมความสวยงามเฉยๆ ไม่ต้องแก้ชง ก็มาได้ตลอด เขาเปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00-17.00 น. นะจ๊ะ