วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาษีโซลาร์รูฟท็อป

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ยังไม่มีนโยบายในการ เรียกเก็บค่าสำรองไฟฟ้า จากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟท็อป ประเภทใช้เองในบ้านที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ติดตั้งในปริมาณที่ไม่มากนัก ยกเว้นประเภทกลุ่มโรงงาน มหาวิทยาลัย หรือห้างสรรพสินค้า ที่ติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ มีจำนวนผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าใช้เองเพิ่มมากขึ้นทุกที

อย่างไรก็ตาม การใช้ไฟฟ้าจากการผลิตของ โซลาร์รูฟท็อป เหล่านี้จะมีการใช้ไฟเฉพาะในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนยังใช้ไฟฟ้าจากระบบตามปกติ ในอนาคต หากมีการติดตั้งกันเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้ารวมและต้นทุนค่าไฟของประเทศได้

เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กกพ. ที่จะทบทวนอัตราค่าไฟฟ้า เพื่อรองรับลักษณะการผลิตและการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปโดยให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศ ในอนาคต ทำให้การจัดเก็บค่าสำรองไฟฟ้ากับผู้ติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ ต้องเลื่อนออกไปก่อนเป็นระยะเวลา 1–2 ปี ศึกษาหาข้อสรุปที่เหมาะสมตามสถานการณ์การผลิตและความต้องการไฟฟ้าของประเทศ

พอจะสรุปได้ว่านโยบายของ กกพ.คือจะมีการเรียกเก็บค่าสำรองไฟฟ้ากับผู้ที่ติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ เก็บแน่แต่จะไม่เก็บในเวลานี้ ต้องรอการศึกษาความเหมาะสมอีกระยะหนึ่ง

ส่วนประเด็นที่มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปใช้เองมากขึ้น อาจทำให้รูปแบบและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนั้น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จะมีการบริหารจัดการระบบการผลิตไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และ สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ควบคู่ไปกับ การพัฒนาโรงไฟฟ้าหลัก เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของระบบไฟฟ้าในประเทศ

แผนพัฒนา พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ปี 2558–2579 ได้กำหนดไว้ชัดเจนที่จะมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้งสิ้น 19,684 เมกะวัตต์ โดยจะเป็นในส่วนของ กฟผ.ประมาณ 500 เมกะวัตต์

โครงการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล ก๊าซชีวภาพ พลังน้ำขนาดเล็ก ขยะมูลฝอยจากชุมชน พลังงานลม และเซลล์แสงอาทิตย์ อยู่ระหว่างการดำเนินการไปพร้อมกับการสร้างโรงไฟฟ้าหลัก

นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีความเสถียร ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Energy Storage System การพัฒนาระบบสมาร์ทกริด ช่วยในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า

ทั้งหมดนี้ตามแผนนโยบายพลังงานของประเทศต้องการให้เกิด ระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง และอัตราค่าไฟที่เหมาะสมเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วน

จะว่าไปแล้วพลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านคมนาคม การสาธารณสุข อุตสาหกรรม การผลิต เป็นไปตามทิศทางการพัฒนาประเทศไทยแลนด์ 4.0.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th