วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดิมพันพระยายืนชิงช้า

พิธีต้อนรับปีใหม่แบบไทย สมัยอยุธยาเรียกพระราชพิธีตรียัมปวาย และพระราชพิธีตรีปวาย พิธีแบบพราหมณ์ สองพระราชพิธีต่อเนื่องกัน (สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ส.พลายน้อย สถาพรบุ๊คส์ 2553)

เดือนอ้าย ขึ้นหนึ่งค่ำ พราหมณ์มีความเชื่อว่า พระอิศวรจะเสด็จมาเยี่ยมโลกมนุษย์ตามหน้าที่

เมื่อพระพรหมสร้างโลกเสร็จ ก็มอบหมายให้พระอิศวรดูแล พระอิศวรไม่แน่พระทัยโลกจะแข็งแรงพอ จึงขอทดสอบให้พญานาคเอาหางพันภูเขาริมแม่น้ำฟากหนึ่ง เอาหัวพันภูเขาอีกฟากหนึ่งแล้วให้ไกวตัวแบบเล่นชิงช้า

ถ้าโลกไม่แข็งแรง ก็จะคลอนแคลน แสดงอาการสะเทือนแบบแผ่นดินไหว

พระอิศวรจะทรงยืนด้วยพระบาทข้างเดียว ในลักษณะเหมือนไขว่ห้าง ถ้าแผ่นดินไหวก็จะทรงยืนอยู่ไม่ได้

พิธีโล้ชิงช้า...หลังกรุงศรีอยุธยาถูกเผา...ไม่เหลือบันทึกเป็นหลักฐาน ตอนที่เชลยไทยถูกกวาดต้อนไปพม่า พระเจ้ามังระรับสั่งให้เชลยไทยเล่าเรื่องนี้ไว้ คนไทยสมัยต่อมาได้อ่านจากหนังสือ คำให้การของชาวกรุงเก่า

ตั้งเสาสูง 40 ศอก 2 เสา เอาเชือกผูกแขวนกระดานแผ่นหนึ่ง ยาว 4 ศอก กว้าง 2 ศอก พราหมณ์สี่คนนั่งโล้ชิงช้า

ข้างหน้าชิงช้ามีเสาสูง 40 ศอก เอาเงิน 40 บาทใส่ถุงห้อยไว้ ให้พราหมณ์โล้ชิงช้าไปคาบถุงเงิน

ถ้าคาบได้ก็ได้เงิน “ถ้าแลคาบมิได้ พราหมณ์นั้นต้องถูกฝังดินเพียงบั้นเอว”

ผู้ทำหน้าที่แทนพระอิศวร เรียกว่าพระยายืนชิงช้า แต่ไม่ใช่คนโล้ชิงช้า เลือกมาจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะได้รับเชิญเข้าไปในชมรม (โรงปลูกชั่วคราวแบบปะรำ) นั่งบนราวไม้ไผ่หุ้มผ้าขาว หลังพิงราวไม้ไผ่อีกราว

ท่านั่งกำหนดให้พระยายืนชิงช้า เอาเท้าซ้ายยันพื้นดิน เอาเท้าขวาพาดเข่าซ้าย

มีกติกา ถ้าเท้าขวาตกเหยียบแผ่นดิน ส่วยแลอากรซึ่งมาแต่หัวเมืองต่างๆ ตลอดจนเครื่องบรรณาการพระราชทานที่ได้ระหว่างเวลาพิธีจะต้องตกเป็นของพราหมณ์

พระยายืนชิงช้าที่ปล่อยเท้าขวาตกดิน เคยปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 2 ชื่อ เจ้าพระยาพลเทพ (ทองอิน)

ส่วนคนโล้ชิงช้า เรียก นาลิวัน ขึ้นโล้ชิงช้าสามกระดาน กระดานละสี่คน ถุงเงินกระดานแรก 3 ตำลึง กระดานที่สอง 10 บาท กระดานที่สาม 2 ตำลึง

เริ่มต้น...คนโล้ชิงช้าขึ้นไปนั่งถวายบังคม แล้วเริ่มโล้ชิงช้าจนชิงช้าโยนแรง จึงลุกขึ้นยืน คนหน้าคอยคาบเงินที่ผูกไว้ปลายไม้ คนหลังคอยแก้ท้ายชิงช้าให้ตรงเสาเงิน

เมื่อนาลิวัน 12 โล้ชิงช้าคาบถุงเงินได้หมดแล้วลงจากชิงช้า ยกขันสาครมีน้ำเต็มตั้งหน้าชมรม “รำเสนงสาดน้ำกันครบสามเสนง”

พิธีตรียัมปวาย พระอิศวรโล้ชิงช้า จะมีตั้งแต่ขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย ถึงวันแรมค่ำ เสร็จแล้วเริ่มพิธี “ตรีปวาย” พระนารายณ์เสด็จโล้ชิงช้าต่อ วันแรมค่ำไปถึงวันแรม 5 ค่ำ

มีคำพูดติดปากกันว่า “แห่พระนเรศวร์เดือนหงาย แห่พระนารายณ์เดือนมืด”

สมัยรัตนโกสินทร์ มีพระราชพิธีโล้ชิงช้า ติดต่อกันมาหลายรัชกาล จนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เศรษฐกิจตกต่ำ เงินท้องพระคลังมีน้อย รายจ่ายไม่จำเป็นถูกตัด พิธีโล้ชิงช้า ยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2477

พระยาชลมารคพิจารณ์ (ม.ล.พงศ์ สนิทวงศ์) เป็นพระยายืนชิงช้าคนสุดท้าย

พระราชพิธีโล้ชิงช้า พิธี (เทพ) เจ้า ต้อนรับปีใหม่มีก่อนช่วงเวลาน้ำท่วม...ราชสำนักตั้งแต่สมัยอยุธยามาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เริ่มพระราชพิธี...ไล่เรือ หรือไล่น้ำ

เป็นพระราชพิธีทางพุทธศาสนา...เปลี่ยนจากขอพึ่ง (เทพ) เจ้า มาเป็นขอพึ่งพระ (พุทธรูป)

พระพุทธรูปที่ใช้ แต่เดิมใช้ “พระชัย” หรือ “พระคันธารราษฎร์” มาถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เปลี่ยนมาใช้พระพุทธรูปยืนยกมือสองข้างน้ำท่วม เรียกปางห้ามสมุทร

รัฐบาลยุคนี้ เปลี่ยนจากการพึ่งเจ้าพึ่งพระ มาเป็นขอพึ่งเขื่อนพึ่งอ่างเก็บน้ำ ปีนี้น้ำท่วมหนักตั้งแต่กลางปี ทั้งเขื่อนทั้งอ่างรับน้ำไม่ไหว ก็ได้แต่ลุ้นกันว่าปลายปีสถานการณ์น้ำคงไม่หนักหนาเกินไป.

กิเลน ประลองเชิง