วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น.1 ลุยสอบคดี 'ธวัชชัย' ผูกคอในห้องขังดีเอสไอ เชื่อไร้อิทธิพลเอี่ยว

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยัน ไม่หนักใจ ทำคดีเจ้าหน้าที่ที่ดินพังงา ถูกทำให้ตายภายในห้องขังดีเอสไอ ด้านน้องชาย รับห่วงรูปคดี โอดไม่เคยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงยุติธรรม-ดีเอสไอ เลย ...

วันที่ 9 สิงหาคม นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดินพังงา ที่ถูกผู้อื่นทำให้ตายภายในห้องขังของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เดินทางเข้าพบ พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอบคุณและปรึกษาหารือเรื่องคดีความ ภายหลังศาลมีคำสั่งว่าพี่ชายถูกผู้อื่นทำให้ตาย ครอบครัวของตัวเองจะสามารถทำอะไรเกี่ยวกับคดีได้

นายชัยณรงค์ยอมรับว่า รู้สึกเป็นห่วงรูปคดี รวมถึงผู้ที่กระทำความผิด และที่ผ่านมาดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรมไม่เคยติดต่อสอบถามเรื่องใดๆ จากตัวเอง พร้อมไม่ให้ข้อมูลใดๆ เลย พร้อมมีความหวังว่าผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะให้ความเป็นธรรม อีกทั้งคดีนี้ตัวเองยังไม่มีหลักฐานในคดีใหม่ เพราะผลชันสูตรจากนิติเวชบ่งชี้ชัดและศาลมีความเห็นว่ากรณีนี้ไม่มีใครสามารถทำให้ตายได้

ด้าน พลตำรวจโทศานิตย์ กล่าวว่า รายละเอียดทางคดีขณะนี้ยังไม่ขอพูดถึง เนื่องจากยังต้องดูสำนวนคดีจากอัยการ ซึ่งหลังจากนี้เป็นงานธุรการส่งมา และสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งที่ระบุว่า มีผู้ทำให้ตาย และเดินเรื่องตามลำดับขั้นของผู้กระทำผิด ซึ่งหลังศาลมีคำสั่งว่า มีผู้อื่นทำให้ตาย ในขณะที่นายธวัชชัยอยู่ในการควบคุม เจ้าหน้าที่รัฐมีความผิดทางอาญา

หลังจากนี้จึงต้องมาสืบสวนหาว่าบุคคลใดที่เป็นผู้กระทำผิด ย้ำว่าเชื่อมั่นในตัวผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา และไม่มีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องในการลงมือฆ่านายธวัชชัย แต่เบื้องต้นทางตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ต้องตรวจสอบรายละเอียดตามขั้นตอนกฎหมาย และในวันนี้เรียกผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และพันตำรวจเอกมานะ เผาะช่วย ผู้กำกับการตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง มาหารือเพื่อให้เรื่องชัดเจนคลี่คลาย

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังยืนยันว่า ไม่หนักใจในการทำคดี และเคยบอกเสมอว่าการทำงานต้องสืบสวนมีวิธีคิด ซึ่งขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ แม้จะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินคดีตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ซึ่งล่าสุดยังไม่ได้สำนวนจากศาล ต้องรอศาลส่งให้อัยการ แล้วอัยการจะส่งกลับมายังตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏและสามารถตอบสังคมได้.