วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟินเทคกับชีวิตประจำวัน

การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่กับฟินเทคหรือเทคโนโลยีการเงิน (Financial technology) ในยุคนี้ ดูเหมือนจะข้องเกี่ยวกันแทบเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนการพกเงินสดกำลังกลายเป็นภาระ

พูดลอยๆ อาจไม่เห็นภาพชัด เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทด้านเทคโนโลยี “เท็นเซ็นต์” ส่งทีมงานลุยสำรวจการใช้ชีวิตของคนจีนหลายพันคน ทั้งรูปแบบหรือลักษณะของระบบแพลตฟอร์มการจ่ายเงินและประเภทของสินค้าที่ซื้อ

และพบว่า ตอนนี้ในจีนการมีเงิน (สด) ไม่ใช่ราชาอีกแล้ว คนเลือกซื้อของผ่านมือถือสมาร์ทโฟนกันหมด

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวจีนมากกว่า 6,500 คน ใน 34 เมืองใหญ่ของเท็นเซ็นต์ เมื่อเร็วๆนี้ พบว่ากรุงปักกิ่งเป็นเมืองที่อัตราคน ใช้จ่ายผ่านระบบดิจิตอลมากที่สุด ตามด้วยเสิ่นเจิ้น อันดับ 2 โดยมีกว่างโจวและนครเซี่ยงไฮ้ อยู่อันดับ 3 และ 4 ตามลำดับ

โดยราวครึ่งหนึ่งของผู้ถูกสัมภาษณ์ บอกว่า การใช้จ่ายรายเดือน 20% จ่ายผ่านระบบดิจิตอล และอีก 40% บอกว่าพกเงินไปข้างนอกไม่ถึง 100 หยวน (เกือบ 500 บาท) อีก 80% บอกแค่มีสมาร์ทโฟนก็ตอบโจทย์ได้ครบ

มนุษย์เงินเดือนที่เป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งบอกว่า แทบไม่ต้องใช้เงินสดตลอดทั้งอาทิตย์ เพราะร้านค้ารวมทั้งร้านสะดวกซื้อ ต่างมีทางเลือกให้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด

ผู้สังเกตการณ์ด้านฟินเทคคาดการณ์ว่า ระบบจ่ายเงินดิจิตอลจะเปลี่ยนโฉม ไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่จะเปลี่ยนโฉมการบริโภคโดยรวม โดยหลายเมืองใหญ่ในจีนต่างปรับใช้ระบบจ่ายเงินดิจิตอล ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือสมาร์ทโฟน ทั้ง อาลีเพย์ และ วีแชต เพย์ ไม่ว่าโดยสารรถไฟใต้ดินหรือการเช่าจักรยาน

อีกภาคธุรกิจที่ไม่ขอตกขบวนก็คือภาค การเงินการธนาคาร ก็เริ่มฉวยประโยชน์จากฟินเทคเพื่อควบคุมส่วนแบ่งตลาด เพราะถ้าถึงตอนฟินเทคได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ผู้มีศักยภาพแข่งขันน้อยจะหลุดวงโคจร

ระบบจ่ายเงินดิจิตอลยังเติมเต็มช่องว่าง ชุมชนนอกระบบธนาคารและด้อยโอกาส จะเข้าถึงบริการหรือช่องทางจ่ายเงินมากขึ้น

ทั้งนี้ ความสะดวกและปลอดภัยของระบบฟินเทคนั้นๆ จะการันตีการยอมรับ หาไม่แล้ว คนก็ไม่ใช้ไม่ยอมรับ เพราะมันเกี่ยวกับเงินๆทองๆ ของนอกกาย ที่ใครๆก็ปฏิเสธยาก.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์