บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้ความยุติธรรม ในหลวง รับสั่งดูแลปชช. ทรงห่วงใย ‘ผู้ประสบภัย’

ให้ขรก.ทำเป็นตัวอย่าง สานพระราชปณิธานร.9

นายกรัฐมนตรีเผย “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พระราชทาน 9 แนวทาง บริหารประเทศ ทรงห่วงใยประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้ช่วยเหลือด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง แก้ปัญหายั่งยืน รักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย ทรงย้ำถึงการจัดระเบียบ สร้างวินัย สร้างอุดมการณ์อย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมสร้างงานจิตอาสา เป็นห่วงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ปลุกพลังคนไทยร่วมรับมือ เติมเต็มกระบวนการเรียนรู้ติดอาวุธทางปัญญา ทรงรับสั่งดูแลประชาชนให้ได้รับความยุติธรรม ขอให้ข้าราชการประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ชาวบ้าน พร้อมขอให้นำแนวทางพระราชดำริของ “รัชกาลที่ 9-สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” ไปขับเคลื่อนปฏิบัติต่อไป

รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย พร้อมเร่งแก้ปัญหาของประเทศในทุกด้าน ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อถวายรายงานการทำงานของรัฐบาล พระองค์ท่านทรงมีกระแสรับสั่งดูแลประชาชนในทุกด้าน การจัดระเบียบ การสร้างวินัย สร้างอุดมการณ์ ให้ช่วยส่งเสริมงานจิตอาสาและรับมือภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อมาเวลา 13.20น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อถวายรายงานการทำงานของรัฐบาลตามห้วงระยะเวลาในทุกๆเรื่อง ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ ปัญหาอุทกภัย สมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงมีกระแสรับสั่ง ประกอบด้วย 1.ทรงมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงรับสั่งให้ช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆด้วยความรวดเร็วและทั่วถึง ลดภาระการซ้ำซ้อน สิ่งใดที่สถาบันจะช่วยได้ จะทรงพระราชทานความช่วยเหลือมาให้อย่างที่ทรงทำในปัจจุบัน นอกจากนี้ทรงรับสั่งให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนเป็นแต่ละพื้นที่ไป ถ้ายังไม่สามารถดำเนินการภาพรวมใหญ่ๆทั้งหมดได้ ก็ให้ทยอยดำเนินการไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนได้กราบบังคมทูลอธิบายถวายให้ทรงทราบแล้วว่า รัฐบาลกำลังมีโครงการต่างๆจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงริเริ่มไว้มาหลายสิบปี บางโครงการยังไม่สำเร็จ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การทำ แต่อยู่ที่ประชาชนที่มีส่วนได้ ส่วนเสียในที่ดิน หรือพื้นที่ส่วนบุคคล ในวันที่ 9 ส.ค.นี้จะหารือกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำว่าต้องทำอะไรให้เกิดขึ้นได้บ้าง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ อาจต้องมีการเวนคืนที่ดินกันหรือไม่ หรือจำเป็นต้องเช่าพื้นที่เอกชนเพื่อเก็บกักน้ำให้ได้อย่างแท้จริงวันนี้ถ้าเราปล่อยให้น้ำท่วมถึงเวลาก็ไปเยียวยา ต้องไปดูในภาพรวมว่าในพื้นที่ดังกล่าวประชาชนมีรายได้อย่างไร ปลูกพืชปีละกี่ครั้ง ปริมาณน้ำท่วมเท่าไหร่ต้องไปหารือว่าจะใช้เป็นพื้นที่เก็บน้ำเลยได้หรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 2.ทรงมีรับสั่งขอให้ทำให้ประเทศชาติ และประชาชนมีความสุข ทรงย้ำเสมอทั้งเรื่องการช่วยเหลือ การบรรเทา การจัดระเบียบ การสร้างวินัย สร้างอุดมการณ์ ทรงรับสั่งว่าให้ทำทุกมาตรการอย่างต่อเนื่อง 3.ให้ช่วยกันรักษาขนบ– ธรรมเนียมประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาลในส่วนที่ดีงาม มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ทำให้นักท่องเที่ยวได้พบเห็นและชื่นชม ขอให้รักษาไว้ให้ได้ 4.ทรงรับสั่งถึงภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ อาทิ ภัยคุกคามในรูปแบบเก่า อธิปไตย วันนี้ก็น้อยละ มีเฉพาะเรื่องการรักษาทรัพยากรทั้งบนผืนแผ่นดินและผืนน้ำ ที่เป็นอาณาเขตของประเทศไทย จำเป็นต้องมีกำลังไว้ดูแลรักษา และทรงเป็นห่วงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ต้องเตรียมมาตรการรองรับไว้ให้เป็นสากล ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เกิดในประเทศอื่นจะมามีอิทธิพลต่อประเทศไทย อยู่ที่คนไทยทุกคนจะร่วมมือกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า 5.ทรงรับสั่งให้เร่งดูแลระบบการศึกษา ปัจจุบันเรามีการปฏิรูปกันอยู่มากพอสมควร เพื่อเร่งกระบวนการเรียนรู้ให้คนไทยมีความรู้อย่างจริงจัง ทำงานได้มีอาชีพมั่นคง มีความเข้มแข็ง มีหลักคิดที่ถูกต้องในทุกเรื่อง จะได้ลดความขัดแย้ง 6.ทรงรับสั่งให้ช่วยกันส่งเสริมงานจิตอาสา ตนได้สั่งการในที่ประชุม ครม.วันนี้ โดยนำแนวกระแสรับสั่งให้กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครขึ้นมาดูแลพื้นที่ ดูแลความมั่นคงและในกิจการต่างๆลักษณะเป็นจิตอาสาหรือทำกิจการสาธารณะ เพราะบางอย่าง ถ้ารอข้าราชการทำฝ่ายเดียวไม่ทันเพราะต้องผ่านกลไกและขั้นตอนต่างๆ แต่ถ้าช่วยกันคนละไม้คนละมือโดยจิตอาสาก็จะเกิดขึ้นได้เร็ว ภาระต่างๆ การใช้จ่ายงบประมาณก็จะลดลง จะได้นำงบประมาณไปทำอย่างอื่น 7.ทรงรับสั่งในเรื่องการดูแลประชาชน ให้ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างทรงขอว่าให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ ให้มีหลักฐานที่ชัดเจน ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในกระบวนการยุติธรรมให้ได้ 8.ข้าราชการทุกหมู่เหล่าหรือส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการฝ่ายใดก็ตาม ขอให้ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง เป็นแม่แบบให้กับประชาชน ให้เกิดความเคารพศรัทธา และเชื่อมั่นในการทำงาน จะได้เกิดความร่วมมือลดผลกระทบระหว่างกันให้ได้ในการบังคับใช้กฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า 9.เรื่องสำคัญที่สุดคือทรงเสียใจในการสูญเสียพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และคนไทยทั้งประเทศก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งว่าขอให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจ ขยายสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำไว้อย่างมากมาย ให้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป ซึ่งพระองค์ท่านทรงพระราชทานแนวทางไว้เป็นระยะเวลายาวนาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงได้รับการสั่งสอนจากพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ด้วย พระองค์ท่านทรงตรัสว่า “เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่สมเด็จพ่อได้ทรงทำไว้” ขณะเดียวกันก็ทรงให้นึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯในรัชกาลที่ 9 ด้วย ซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานสิ่งต่างๆ ไว้มากมายให้กับประเทศไทย ขอให้นำแนวทางพระราชดำริของทั้ง 2 พระองค์ไปขับเคลื่อน ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็จะสนับสนุนและส่งเสริม สถาบันก็จะช่วยเหลือรัฐบาลในการทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนไปพร้อมๆกัน มีอะไรขอให้ทูลฯให้ทราบ

“สิ่งเหล่านี้ ผมได้นำความต่างๆมาให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบ เพื่อสนองแนวพระราโชบาย สนองพระกระแสรับสั่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และโชคดีที่ประเทศไทยมีพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสานต่อพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯต่อไป ขอให้คนไทยทุกคนช่วยกันรักษาต่อไป ขอให้ใช้การสูญเสียในครั้งนี้ ไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศไปในสิ่งที่ดีกว่าเดิม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ในเรื่องการถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ได้มีการเตรียมการมีความก้าวหน้าไปตามลำดับ เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า อยากให้ประชาชนในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดมีส่วนร่วมในการวางดอกไม้จันทน์ แต่ทั้งหมดคงมาที่กรุงเทพฯไม่ได้ ขอให้จัดสถานที่ในการวางดอกไม้จันทน์ในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสวางด้วยมือของตัวเองอย่างทั่วถึง ได้สั่งการในที่ประชุม ครม.วันนี้ไปแล้ว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพวกเราทุกคน