วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยันร่าง ก.ม.การอุดมศึกษาอิงรัฐธรรมนูญ

เร่งสรุปยื่น “ธีระเกียรติ” ชง ครม. นัดถกสภาวิชาชีพร่วมแก้ปมก้าวก่าย

ศ.นพ.อุดม คชินทร ประธานคณะทำงานเตรียม การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานฯว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับบทบาทของสภาวิชาชีพในการจัดการศึกษาในสาขาที่ต้องออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามคำแนะนำของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งต้องการให้ตัดคำว่า “ก้าวก่าย”ออกจากร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เนื่องจากเห็นว่าเป็นคำไม่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือแล้วเห็นว่าคงไม่สามารถตัดคำดังกล่าวออกได้ เพราะเป็นคำที่มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 40 บัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคง หรือเศรษฐกิจของประเทศ การแข่งขันอย่างเป็นธรรม การป้องกัน หรือขจัดการกีดกันหรือการผูกขาด การคุ้มครองผู้บริโภค การจัดระเบียบการประกอบอาชีพเพียงเท่าที่จำเป็นหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น”

ศ.นพ.อุดมกล่าวด้วยว่า การตรากฎหมายเพื่อ จัดระเบียบการประกอบอาชีพตามวรรคสอง ต้องไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือก้าวก่ายการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษา ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าคำว่าก้าวก่าย ไม่ได้เป็นคำที่รุนแรง เพราะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงมีมติที่จะคงไว้ตามเดิม และจะได้ชี้แจงกับ รมว.ศึกษาธิการให้เข้าใจอีกครั้ง ทั้งนี้ คณะทำงานฯจะประชุมเพื่อสรุปร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ และจะเสนอร่างกฎหมายต่อ รมว.ศึกษาธิการในสัปดาห์หน้า เนื่องจาก นพ.ธีระเกียรติได้เร่งรัดให้คณะทำงานฯส่งร่างกฎหมายเพื่อที่จะได้เสนอคณะรัฐมนตรีได้ทันปลายเดือน ส.ค.นี้

“อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสภาวิชาชีพนั้น ยังไม่ได้นัดหารือกันอย่างเป็นทางการ แต่จะประสานขอให้สภาวิชาชีพทำรายละเอียดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่จะเข้ามาร่วมดำเนินการจัดการศึกษา เช่น การกำหนดหลักสูตร การกำหนดจำนวนหน่วยกิต เป็นต้น และจะมีการหารือว่าแนวปฏิบัติใดทำได้มากน้อยเพียงใด หรือสิ่งใดที่สถาบันการศึกษาเห็นว่าเป็นการก้าวก่ายก็จะได้หารือกันให้ได้ข้อสรุป จากนั้นก็จะมีการทำข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งคาดว่าหลังจากที่ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ให้กับ รมว.ศึกษาธิการอย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะหารือกับสภาวิชาชีพเพื่อให้ได้ข้อสรุปต่อไป” ศ.นพ.อุดมกล่าว.