บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สลด! เจ้าของร้านประดับยนต์ ที่นนทบุรี เครียดใช้เชือกผูกคอดับคาห้องพัก

นนทบุรี สลด!เจ้าของร้านประดับยนต์เครียดใช้เชือกผูกคอดับคาห้องพัก พี่ชายผู้ตายเผย น้องชาย มีอาการทางประสาท และเป็นคนจริงจังกับชีวิต ทั้งเคยพยายามผูกคอตายมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ญาติช่วยไว้ทัน ตร. เร่งสอบข้อเท็จจริง 

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 8 ส.ค. ร.ต.อ.ธงชัย พานิชอำนวย รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุชายใช้เชือกผูกคอเสียชีวิต ภายในตึกเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 ตึกที่ 9 ชั้นที่2 ห้องเลขที่ 209/16 หมู่4 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ภายในห้องพัก ด้านหลัง พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายทราบชื่อต่อมา คือ นายชัยวัฒน์ อ่ำฟัก อายุ 43 ปี เจ้าของร้านประดับยนต์ และ รับซ่อมเครื่องเสียง และเป็นเจ้าของห้องดังกล่าว สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นลายพราง เสียชีวิตในท่ายืนโดยใช้เชือกไนล่อนสีขาว แขวนคอผูกติดกับราวตากผ้า ที่บริเวณระเบียงหลังห้อง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-12 ชั่วโมง

จากการสอบถาม นายยอด อ่ำฟัก อายุ 45 ปี พี่ชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า น้องชายของตนป่วยมีอาการทางประสาทเคยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญา มาระยะหนึ่ง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก็ได้ไปฉีดยาระงับประสาท ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อ 2 เดือนก่อนก็เคยใช้เชือกผูกคอมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ทางญาติมาเห็นเสียก่อนจึงช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ปกติน้องชายจะพักอยู่คนเดียว และน้องชายยังเป็นคนที่ค่อนข้างจะคิดมาก และจริงจังกับชีวิต ตนพูดคุยกันครั้งสุดท้าย เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. วันเดียวกัน ตนได้โทรศัพท์มาหาน้องชายอีกครั้ง แต่ติดต่อไม่ได้ จึงเดินขึ้นมาดูที่ห้องและเคาะประตูเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงเปิดเข้าไปดูเพราะประตูไม่ได้ล็อค ปรากฎว่า พบน้องชายใช้เชือกไนล่อนแขวนคออยู่ที่ระเบียงหลังห้อง จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายชัยวัฒน์ อ่ำฟัก มีอาการทางประสาท และเคยก่อเหตุผูกคอตายมาแล้วแต่ญาติช่วยไว้ได้ แต่คราวนี้อยู่คนเดียวไม่มีคนเห็นจึงทำให้เสียชีวิต และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ทั้งนี้ จนท.ตร.จะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจึงมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่กูภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง ต่อไป.