วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียงสะท้อน

โดย ฟ้าคำราม

ไทยนับเป็นชาติเดียวในทวีปเอเชีย ที่ริเริ่มประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 อันถือว่าเป็นกฎหมายกีฬาสำคัญในการยกระดับพัฒนาวงการกีฬาอาชีพไทย ให้มีมาตรฐานก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติ โดยมีทั้งหมด 74 มาตรา คุ้มครองและสนับสนุนบุคคล 5 กลุ่ม คือนักกีฬาอาชีพ, บุคลากรกีฬาอาชีพ, สโมสรกีฬาอาชีพ, สมาคมกีฬาอาชีพ และผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ

จากเวลาเพียง 4 ปีที่ผ่านมา กีฬาอาชีพของเมืองไทยถูกยกระดับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลายๆชนิดกีฬาได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนกีฬา อาทิ ฟุตบอล, วอลเลย์บอล, แบดมินตัน, ตะกร้อ และกอล์ฟ เป็นต้น

จุดมุ่งหมายสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 คือคุ้มครองสิทธิให้บุคลากรกีฬาที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดข้อตกลงสัญญาร่วมกัน โดยเฉพาะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ รวมถึงอีกด้านหนึ่ง เป็นการคุ้มครองสโมสรต้นสังกัดไม่ให้ถูกนักกีฬาเอาเปรียบด้วยเช่นกัน

ประเด็นใหญ่อย่างหนึ่งที่ภาครัฐอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้ความสำคัญอย่างมาก คือการป้องกันการล้มกีฬา ปราบปรามการล้มกีฬา

ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 อย่างจริงจัง ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดี เพราะบ้านเรายังคงมีเรื่องของการพนันแฝงเข้ามาในวงการกีฬาอยู่อย่างต่อเนื่อง หากไม่ระวังหรือมีกฎหมายนี้อาจทำให้ระบบของกีฬาอาชีพพังลงได้

ในเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากนักกีฬาอาชีพ ถึงข้อดีของการที่ไทยเรามีพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ออกมาด้วย
เริ่มจาก “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ย้ายจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปเล่นในเจ-ลีก ญี่ปุ่น กับทีมคอนซาโดเล ซัปโปโล ในปัจจุบัน บอกว่าเห็นด้วยที่ไทยมีพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพขึ้น

เพราะเป็นการคุ้มครองให้นักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถเล่นกีฬาอาชีพได้อย่างมั่นใจขึ้น มั่นใจว่าจะไม่โดนเอารัดเอาเปรียบในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องค่าจ้าง เรื่องการย้ายทีม และเรื่องความเป็นอยู่ต่างๆที่เป็นเรื่องของสวัสดิการที่นักกีฬาอาชีพทุกชนิดกีฬาควรจะได้รับตามสัญญาที่ระบุไว้

แต่สิ่งที่อยากเห็นนอกเหนือจากการที่มีการคุ้มครองตามกฎหมายแล้ว อยากเห็นผู้ที่บังคับใช้กฎหมายหนักแน่น ยึดกฎหมายอย่างเคร่งครัดเอาจริงเอาจัง ทุกคนที่เกี่ยวข้องในกีฬาอาชีพ น่าจะ มีความเชื่อมั่นและมั่นใจมากขึ้น

“หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว นักวอลเลย์บอลอาชีพของทีมบางกอกกล๊าส วีซี แสดงความเห็นว่า เป็นเรื่องน่ายินดีมาก และทุกวันนี้ก็เป็นสมาชิก ยืนยันตัวตน ลงทะเบียนเป็นนักกีฬาอาชีพกับพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 เรียบร้อยแล้ว

นี่จะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้วงการกีฬาอาชีพของบ้านเราพัฒนาไปอีกระดับ การมีกฎหมายคุ้มครองจะทำให้เรารู้สึกอุ่นใจในการทำงานทั้งในและนอกสนามแข่งขัน การเล่นกีฬาสมัยนี้เป็นอาชีพได้แล้ว ก็ควรที่จะมีการได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย

“เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวชื่อดังของไทย ที่เพิ่งได้แชมป์กรังด์ปรีซ์ โกลด์ จากนิวซีแลนด์ บอกว่า ดีใจและเห็นด้วยอย่างมาก ที่ไทยมีพระราชบัญญัติกีฬาอาชีพดูแลหลายกีฬา

นักกีฬาหลายๆชนิดกีฬาก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ทำให้รู้สึกปลอดภัย ในวงการกีฬาอาชีพ เพราะมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ อยากฝากพี่ๆน้องๆนักกีฬาและทุกคนที่เกี่ยวข้องและได้รับการคุ้มครองจากพระราชบัญญัติให้เคารพ และไม่ละเมิดกระทำผิดใดๆ

“โฟล์ท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ นักแข่งรถจักรยานยนต์จากค่ายเอ.พี.ฮอนด้า บอกว่า เห็นด้วย อย่างมากที่ไทยมีพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ นี่เป็นเรื่องใหม่ของวงการกีฬาอาชีพของไทย ทุกคนต้องศึกษาไปพร้อมๆกัน นักกีฬาเอง ผู้บริหารเอง เจ้าของทีม เจ้าของสโมสรต่างๆเอง ที่ได้รับการคุ้มครองจากพระราชบัญญัติ ต้องศึกษารายละเอียดอย่างถ่องแท้ให้เข้าใจ จะได้ไม่มีกรณีการละเมิดกฎหมายขึ้น

“แน่นอนว่าการมีกฎหมายคุ้มครองย่อมดีอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมาย ผมมองว่าสำคัญกว่าว่าจะใช้ในทิศทางใดจึงจะเกิดเป็นประโยชน์” รัฐพงษ์ กล่าว

ทั้งหมดนี้เป็นเสียงสะท้อนจากนักกีฬาอาชีพของเมืองไทยที่ต่างยินดีที่ประเทศเรามีพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 บังคับใช้อย่างเป็นทางการในปัจจุบัน

เพราะผลดีในเนื้อหากฎหมายส่งเสริมกีฬา มีมาก และหากรักษาสิทธิ์ ก็จะได้สิทธิ์ ได้ประโยชน์

แต่ถ้าไม่รักษาสิทธิ์ ก็จะหมดสิทธิ์ต่างๆ ไปโดยปริยาย...

ฟ้าคำราม