วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้นำปินส์ชูข้อตกลงการค้าเสรี 'อาร์เซพ' แขวะ 'ทีพีพี' บอกแค่ฝัน

นายโรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวในวาระฉลองครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงมะนิลา เมื่อ 8 ส.ค. หรือระหว่างการประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียนกับกลุ่มประเทศคู่เจรจา ซึ่งเป็นเวทีประชุมวันสุดท้ายของการประชุมประจำปี ของอาเซียนรวมทั้งเวทีประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคงแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ARF) โดยกล่าวสนับสนุนข้อตกลงการค้าเสรีที่เรียกกันว่าอาร์เซพ (RCEP) หรือหุ้นส่วนเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาค ที่ผลักดันโดยจีนและสมาชิกที่เหลือ คืออาเซียน 10 ชาติ อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ดูเตร์เตยังร่วมวิจารณ์กระแสการปกป้องการค้าที่เริ่มมีมากขึ้นทั่วโลก ระบุว่าอาเซียนมีส่วนต่อต้านการปกป้องการค้ามากกว่าที่ใดในโลก และมุ่งรักษากฎของเกมการค้าระหว่างประเทศ และหวังว่าจะมีการเจรจาได้ข้อสรุปของอาร์เซพโดยเร็ว พร้อมพูดเหน็บข้อตกลงการค้าเสรี “ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก” (ทีพีพี) ที่สหรัฐฯเพิ่งถอนตัวจนทำท่าจะไปต่อไม่ได้ ว่า ขอเตือนว่าทีพีพีเป็นความฝัน ไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป

วันเดียวกัน ดูเตร์เตยังพบหารือกับนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งดูเตร์เตแสดงท่าทีอยู่ข้างสหรัฐฯในวิกฤติเกาหลี เหนือ แต่ปฏิเสธตอบคำถามของสื่อเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนจากกรณีสงครามปราบยาเสพติดของรัฐบาล ก่อนทั้งสองฝ่ายพบหารือกัน เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ระบุว่า หัวข้อการหารือมีรวมทั้งภัยก่อการร้ายโลก ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงในเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา ทางใต้ของ ฟิลิปปินส์

ส่วนการหารือทวิภาคีของจีนกับเวียดนามที่ยังยืนกรานให้ใส่ข้อวิตกเรื่องจีนสร้างเกาะเทียมและรุกครอบครองพื้นที่ทะเลจีนใต้ในแถลงการณ์ ร่วมของที่ประชุมเออาร์เอฟจนพูดคุยกันไม่รู้เรื่องและออกแถลงการณ์ร่วมไม่ทันกำหนด ต้องเลื่อนมาแถลงภายหลังนั้น ถูกยกเลิกโดยไม่รู้เหตุผล แต่เจ้าหน้าที่จีนแถลงว่าทั้งสองฝ่ายหารือกันแล้ว แต่ไม่เผยรายละเอียด เช่นเดียวกับสื่อรัฐบาลเวียดนามเผยแพร่ภาพการหารือของผู้แทนทั้งสองประเทศและว่าเป็นการหารือกันหลังม่านหรือแบบลับ

กรณีวิกฤติเกาหลีเหนือ นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีน แถลงว่า จีนจะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อเกาหลีเหนือแม้ต้องเสียหายอย่างหนักเพราะมีสัมพันธ์ธุรกิจใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ ด้านรายงานประจำปีของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุว่า การพัฒนาทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ถือเป็นภัยคุกคามระดับใหม่ต่อญี่ปุ่น.