วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัจจัยพื้นฐานแน่น แนะสะสมหุ้นเอเชีย 'จีน เกาหลี อินเดีย ไทย'

บลจ. ไทยพาณิชย์ แนะสะสมหุ้นประเทศเกิดใหม่เอเชีย เช่น จีน เกาหลี อินเดีย และไทย รับโอกาสดีในอนาคต ได้แรงหนุนจากเงินดอลลาร์อ่อนค่า ปัจจัยพื้นฐานแน่น

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์นี้ เราแนะนำให้เข้าทยอยสะสมหุ้นประเทศเกิดใหม่เอเชีย เช่น จีน เกาหลี อินเดีย และไทย หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย หรือลดขนาดงบดุลเร็วกว่า ที่ตลาดคาดในการประชุมรอบเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้นเอเชีย

ขณะเดียวกัน ปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น เช่น ตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการจากประเทศพัฒนาแล้ว และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากนี้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนที่มีแนวโน้มดีขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนและเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศในภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ ยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ และยุโรป โดยแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ จากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงต้นปี เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัท รวมถึงทยอยสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กหลังจากตลาดปรับตัวลงเนื่องจากความกังวลถึงการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป

ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วตามคาด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลง โดยแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กเนื่องจากรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการบริโภคในประเทศ ที่อาจว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากค่าเงินยูโรที่แข็งค่า

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ชะลอการลงทุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณรีบขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและเยนมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยคะแนนความนิยมของ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นลดลงต่ำที่สุดตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองญี่ปุ่นและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

สำหรับ สินทรัพย์ทางเลือก แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในน้ำมันเนื่องจากราคาปรับตัวขึ้นมาเร็ว สะท้อนว่าตลาดได้คาดการณ์ความต้องการของสหรัฐฯ ช่วงหน้าร้อน (driving season) ไว้มากแล้ว นอกจากนี้ กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ และโอเปก จะทำให้ตลาดน้ำมันเข้าสู่ภาวะสมดุลช้าลง ประกอบกับ นักลงทุนซื้อสะสมสัญญาล่วงหน้าในตลาดน้ำมันไว้ค่อนข้างมาก ทำให้มีความเสี่ยงจากการถูกเทขาย

ส่วนทองคำนั้น แนะนำให้มีในพอร์ตไว้บ้างเพื่อการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ความผันผวนในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมุมมองต่อค่าเงินเฟ้อที่ลดลง ซึ่งจะทำให้แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์จะมีทิศทางที่อ่อนค่าลง และตลาดยังได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ทำให้แรงกดดันต่อราคาทองคำลดลง