วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

40 ปีที่ 'พินิจ' เป็นชายในอุดมคติ ฝ่าฟันทุกอุปสรรคจนเป็น 'พอลลีน' (คลิป)

ทางเดินของ 'พินิจ' อดีตแกนนำกลุ่ม 'เชียร์ไทย เพาเวอร์' ก่อนเป็น 'พอลลีน' ไม่ง่าย ต่อสู้กับจิตใจตัวเองนานกว่า 40 ปี ฝ่าฝันอุปสรรคจนเป็นตัวเองที่แท้จริง ขณะที่แม่พอลลีน เผย เบื้องบนกำหนดให้เป็นแบบนี้ ขอให้เป็นคนดีไม่เดือดร้อนใครก็พอ

พอลลีน งามพริ้ง หรือ พินิจ งามพริ้ง อดีตแกนนำกลุ่ม 'เชียร์ไทย เพาเวอร์' ผู้ที่เคยท้าชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลไทย เปิดเผยผ่านรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ ว่า เรื่องที่เปลี่ยนจากพินิจ เป็นพอลลีนนั้น ผ่านไป 40 ปี ไม่เคยบอกแม่เลยว่า เรามีความรู้สึกว่าเป็นหญิงมาตั้งแต่เล็กๆ เราเข้มแข็ง และทะมัดทะแมง จนครอบครัวลืมว่า เราเคยเป็นแบบนั้น

"วันที่บอกแม่นั้นเรายังจำได้ บอกแม่ว่า ป้อทนไม่ไหวแล้ว ป้ออยากเป็นผู้หญิง ตอนแรกแม่ก็ตกใจ คงคิดว่าจะเป็นผู้หญิงแบบไหน เราก็บอกคุณแม่จำได้ไหม ป้อเป็นอย่างไรตอนเด็กๆ เราเคยอ่อนแอ นุ่มนวล เรียบร้อย แต่ตอนนั้นเราอยากเป็นผู้ชายที่ดี มันเป็นความท้าทายว่าจะเป็นผู้ชายที่ดี ตามที่สังคมบอกไว้ เราก็บอกแม่ก่อน แต่ยังไม่กล้าบอกพ่อ ซึ่งท่านฝึกให้เราเป็นผู้ชาย อย่าให้ใครเห็นน้ำตา เราพยายามากนะเพราะไม่เคยเห็นน้ำตาพ่อ ซึ่งพ่อเป็นคนที่กลัวที่สุดที่จะบอกเรื่องนี้ แต่เมื่อถึงเวลา เราโทรทางไกลจากสหรัฐฯ ไปหาพ่อ ซึ่งเป็นอะไรที่หักมุมมาก ซึ่งพ่อบอกว่าโอเค พ่อมีคำพูดอีกอย่าง พ่อไม่อาย และเราไม่ต้องไปอายใคร เพราะเราไม่ได้ทำร้ายใคร และไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราร้องไห้เลย คนที่ยากที่สุดก็เข้าใจเรา"

พอลลีน กล่าวอีกว่า แม่และพ่อเข้าใจ โดยเฉพาะการที่แม่ ผู้ให้กำเนิดเราอนุญาต เราหายเครียดเลย นั่นคือการตัดสินใจที่เด็ดขาด เราต้องให้พ่อแม่ตัวเองอนุญาตก่อน เรามีความรู้สึกอยากเป็นผู้หญิง แต่เราสับสนมาโดยตลอด สิ่งแรกคือ เราต้องรับตัวเอง เราเกิดมาด้วยจิตใจที่เป็นผู้หญิง พอเรารับตัวเองได้ ครอบครัวรับได้ พอมาถึง ทีมเชียร์ไทย เราก็บอกประธานก่อน ซึ่งทาง ชัยวัฒน์ แก้วผลึก แล้วแต่พี่ ผมก็ยังนับถือพี่เหมือนเดิม 

อย่างไรก็ตาม บางสิ่งก็ไม่สมบูรณ์ เราก็ต้องทำตัวเราให้ดีที่สุด เราต้องพิสูจน์อะไรหลายอย่าง ต้องยึดมั่นในตัวเอง ตอนนี้เรามีความสุขในตัวเอง เราก็ไม่อยากให้มีความทุกข์กับเรา มั่นใจว่าเราจะไปสู่จุดที่มีความสุข

"ตอนนี้แม่เป็นสไตลิสต์ส่วนตัว ตอนนั้นเราก็พิสูจน์ว่าเป็นผู้ชายที่ดี คนรู้จักเราในหลายวงการว่า เราทำงานก็เรียบร้อย ไม่ได้ดุดัน แต่วงการฟุตบอลอาจจะดูบู๊ ท้าทาย ตัวงานก็เป็นแบบนั้น นิสัยเราก็ไม่ได้กลัวอะไร"

พอลลีน กล่าวอีกว่า การที่ พินิจ กดพอลลีนตลอด พอลลีนก็อยากขึ้นมาบ้าง พินิจแบกความคาดหวังของสังคมอยู่ พอลลีนเป็นจิตใต้สำนัก พินิจโดนหลักทั้งพอลลีนและสังคม จนพินิจอ่อนแอ สู้ไปมันทรมาน ทำร้ายกันก็เจ็บกันทั้งคู่ พอลลีนบอกพินิจ ยอมฉันบ้าง ก็สู้กัน จนพินิจก็โอเคพอลลีน ตอนพอลลีนขึ้นมากก็อยากเหยียบให้พินิจจมดินเหมือนกัน เราก็หาจุดศูนย์กลาง เราควรอยู่ที่ตรงกลาง พอลลีนก็มีความเป็นผู้หญิงแต่มีสมองเป็นผู้ชาย

ก่อนหน้านี้ เราเคยไปหาจิตแพทย์ทั้ง 3 คน บอกเรื่องในใจที่ไม่เคยบอกใคร ซึ่งแพทย์ก็มองว่า เรามีจิตใจเป็นผู้หญิงตั้งแต่เกิด กดดันจนแรงผลักดันจากจิตใต้สำนึกมันขึ้นมา สิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนให้เราลุกขึ้นมาเป็นพอลลีนคือ มันเครียดมาก  

พอลลีน กล่าวอีกว่า เมื่อคนรู้หมดแล้วว่าเราคือ พอลลีน ยังมีจุดขาดตกบกพร่องในวงการฟุตบอลไทย เราอยากจัดฟุตบอลผู้หญิงข้ามเพศ กำลังไปพูดคุยกับสมาคมฟุตบอล อาจจะต้องมีกติกา 2 ทีมจะมาแข่งให้เงื่อนไขที่เท่าเทียมกัน ในโลกใบนี้ไม่มี ทีมผู้หญิงข้ามเพศ ที่แข่งกันจริงจัง เราก็พิสูจน์ในเรื่องสามารถ ทำทีมแข่งกัน แบบนี้ก็ใช้พินิจบ้าง อยากเปิดร้านอาหารที่ไทย

ทางด้าน กรองกาญจน์ พลันกาหลง แม่ของพอลลีน กล่าวว่า ตนรู้ว่าลูกชายเป็นลูกสาวก่อนที่จะไปสหรัฐฯ เขาบอกว่าจะเป็นแบบนี้ เขามากอดร้องไห้ รังเกียจไหม แม่ก็บอกว่า เป็นลูกแม่จะเป็นอะไรก็ได้ ไม่ได้ทำร้ายคนอื่น ถึงอย่างไรก็เป็นลูกแม่

"แม่ไม่ตกใจเลย และแม่ไม่เสียใจ เพราะลูกเป็นคนดี ดูแลเรามาโดยตลอด แม่ไม่กังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แม่คิดว่าเบื้องบนส่งมาแล้วว่าคนนี้ต้องเป็นแบบนี้ เขาชอบอะไรก็ให้เขาทำ และเขาทำดีมาตลอด สำเร็จมาตลอด และเป็นคนดีมาตลอด"

กรองกาญจน์ กล่าวอีกว่า สมัยก่อนป้อเป็นเด็กผู้ชายเรียบร้อย นุ่มนิ่ม นิ่มนวล แม่นึกว่าเค้าจะแต่งตัวเฉยๆ ไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองมาก มาวันที่เห็น พอลลีน แม่ก็คิดว่า สวยดีเนาะ สวยกว่าแม่ตอนสาวๆ อีก