วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวยซ่อนตาย แอดเวนเจอร์สุดท้าย รวมคดีขุนเขาหน้าผากลืนชีวิต

เป็นอีกหนึ่งเรื่องเศร้าที่ไม่มีใครอยากให้เกิด สำหรับ คณะนักท่องเที่ยวลูกชายอดีตนายอำเภอหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ จำนวนประมาณ 25 คน ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ มาเที่ยวน้ำตกเลยหง่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ต.เลยวังไสย์ อ.ภูหลวง จ.เลย โดยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้พานำเที่ยว ก่อนต่อมา ได้ประสบอุบัติเหตุลื่นตกหน้าผาน้ำตกเลยหง่า ลึกกว่า 20 เมตร จนได้รับบาดเจ็บ คณะที่มาด้วยได้ลงไปช่วยเหลือนำร่างขึ้นมาในสภาพบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ ถือว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ หุบเขา หรือ หน้าผา ในสถานที่ท่องเที่ยวกลืนกินชีวิต เพราะหากย้อนดูข่าวเก่าๆ ก็จะพบอุบัติเหตุที่คล้ายคลึงกัน

เสี่ยตกผาดับ หากล้วยไม้ป่า เหลืองกระบี่-ขาวพังงา

เมื่อปี 2550 เกิดกระแสความนิยมกล้วยไม้ป่าพันธุ์รองเท้านารี พันธุ์ “เหลืองกระบี่-ขาวพังงา” ซึ่งเป็นพันธุ์ที่หายาก ส่งผลให้มีการซื้อขายในราคาสูง ประกอบกับช่วงเวลานั้นมีสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกล้วยไม้ชนิดนี้ว่า มีราคาสูงถึงต้นละ 4-5 หมื่นบาท สร้างแรงจูงใจให้ นายสุวิทย์ ณ ตะกั่วทุ่ง ชักชวนลูกชายไปปีนเขา เสาะหากล้วยไม้พันธุ์ “เหลืองกระบี่-ขาวพังงา” มาครอบครอง แต่สุดท้ายเขาเกิดพลาดตกเขาเสียชีวิต บริเวณหน้าผาบนเขาท้ายทอย ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา

บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องลุยป่าและปีนเขาที่สูงชัน ระยะทางประมาณ 1,500 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พบศพ นายสุวิทย์ สภาพตกจากหน้าผาลงไปในหุบเขาลึกประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่จึงนำศพขึ้นมาได้สำเร็จ

ชาวบ้านคนหนึ่งในหมู่ที่ 3 ต.ถ้ำน้ำผุด เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่เคยขึ้นไปบนภูเขาเลย แต่ได้ไปติดต่อตลาดกล้วยไม้แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แล้ว จนมีการคัดค้านจากเพื่อนบ้านไม่ให้ขึ้นไป เพราะเกรงจะมีอันตราย พร้อมกับบอกให้ซื้อของชาวบ้านที่ขึ้นไปเก็บจะดีกว่า แต่ผู้เสียชีวิตยืนยันจะขึ้นไป จนทำให้ตกเขาเสียชีวิตดังกล่าว เหตุเกิดวันที่ 5 สิงหาคม 2550

สาวโรงพยาบาลดังร่วงภูชี้ฟ้า วิ่งเข้าไปถ่ายรูปหญ้าลื่นเสียหลักตกลงเหว

เหตุการณ์ไม่คาดฝันอีกครา เมื่อสาวพยาบาลชื่อดังเมืองหลวงพลาดตกภูชี้ฟ้า ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2551

ที่เกิดเหตุอยู่บนชะง่อนหินซึ่งเป็นจุดชมวิวของภูชี้ฟ้า โดยรอบบริเวณมีกลุ่มนักท่องเที่ยวนับร้อยคนที่ยังอยู่ในอาการขวัญผวาและตกตะลึง พากันยืนวิพากษ์วิจารณ์อยู่ห่างๆ เจ้าหน้าที่วนอุทยานภูชี้ฟ้าต้องขอแรงชาวม้งในพื้นที่ 10 คน โรยตัวไต่เชือกลงไปในหุบเหวด้านล่าง ที่อยู่ในเขตประเทศลาว ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงกู้ศพกลับขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเล ผู้เสียชีวิตชื่อ น.ส.พัณณ์ชิตา สาครจันทร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเครื่องมือแพทย์ รพ.ชื่อดังใน กรุงเทพฯ สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อไหมพรมสีน้ำตาล และมีเสื้อแจ็คเก็ตสีดำคลุมทับอีกชั้น นุ่งกางเกงยีนส์ สภาพศพแหลกเหลว กะโหลกศีรษะแตก แขนขาหัก

สอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตพร้อมเพื่อนสนิทเดินทางมาเที่ยวชมทะเลหมอก และโต้ลมหนาวบนภูชี้ฟ้า โดยซื้อทัวร์มากับบริษัททัวร์จากกรุงเทพฯ กระทั่งตอนเช้าเวลาราวตี 5 เศษ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พากันตื่นนอนแล้วเดินไปบริเวณชะง่อนผา หรือที่เรียกกันว่า “จมูกสิงโต” อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร มีความลาดชันของพื้นที่เฉลี่ย 40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรอชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่มีความสวยงามมาก นักท่องเที่ยวนิยมไปยืนถ่ายรูปกัน และเป็นสัญลักษณ์ของภูชี้ฟ้า

ขณะที่ เพื่อนกำลังยืนให้กลุ่มทัวร์ช่วยถ่ายรูปให้ โดยยืนอยู่ห่างจุดชมวิวประมาณ 5 เมตร น.ส.พัณณ์ชิตา ผู้เสียชีวิตเห็นเข้าจึงรีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะขอถ่ายรูปด้วย แต่ขณะนั้นสภาพอากาศมืดสลัว ผู้ตายเหยียบลงไปบนหญ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้างทำให้พื้นลื่น ร่างลอยละลิ่วลงไปกระแทกหิน ก่อนจะตกกระแทกพื้นที่ก้นเหวที่มีความลึกประมาณ 300 เมตร เสียชีวิตทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของนักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก

ศาสตราจารย์ญี่ปุ่นวัย 74 ตกหน้าผาอ่าวต้นไทร-ไร่เลย์ กระแทกหินดับ

นายอาอูกิ มาซาซือกุ อายุ 74 ปี ชาวญี่ปุ่น อดีตเคยเป็นศาสตราจารย์สอนมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น เป็นคนชอบปีนเขาอย่างมาก หลังจากเกษียณได้ท่องเที่ยวไปหลายที่ และให้ความสนใจกับการปีนผามาอย่างต่อเนื่อง ใครจะคิดว่าเขาต้องมาจบชีวิตลง ที่ผาที่อ่าวต้นไทร-ไร่เลย์ หมู่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 51

ก่อนเกิดเหตุ เขาชวนภรรยากับเพื่อนรวม 4 คน มาเที่ยวที่อ่าวต้นไทร จากนั้นขนอุปกรณ์ของตัวเองมาปีนหน้าผาคนเดียว ระหว่างที่ปีนขึ้นไปที่ความสูงประมาณ 30 เมตร และเป็นจุดสูงสุดของเชือก เกิดพลาดตกลงมาโดนต้นไม้ ก่อนร่างกระแทกกับก้อนหิน ท่ามกลางผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างตื่นตระหนกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจ

หลังจากหายตกตะลึง ทุกคนกรูจะเข้าไปช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่ นายอาอูกิ เสียชีวิตไปแล้ว โดยผู้ประกอบการให้บริการปีนหน้าผาต่างบอกว่า จุดเกิดเหตุนั้นถือว่าไม่อันตรายมากสำหรับนักปีนผาทั่วไป แต่ก็เคยเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง เชื่อว่าครั้งนี้เกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคการร้อยเชือก ขณะเดียวกัน ไม่มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานมาคอยดูแล ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง