วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ เผยในหลวง ร.10 พระราชทาน 9 แนวทางปฏิบัติ

นายกฯ เผยในหลวงพระราชทาน 9 แนวทางปฏิบัติ ทรงแนะนำพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยึดเป็นหลักปฏิบัติต่อไป รัฐบาลน้อมรับใส่เกล้าฯ นำดำเนินการทันที...

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 8 ส.ค. 2560 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ส.ค. 2560 ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อถวายรายงานการทำงานของรัฐบาลตามห้วงระยะเวลา ซึ่งตนเองได้ถวายรายงานในทุกๆ เรื่อง ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ ปัญหาอุทกภัย และการช่วยเหลือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสรับสั่ง ประกอบด้วย 1. ทรงมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงรับสั่งให้ช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว และทั่วถึง ลดภาระการซ้ำซ้อน สิ่งใดที่สถาบันจะช่วยได้ก็จะพระราชทานความช่วยเหลือมาให้อย่างที่ทรงทำในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังรับสั่งให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนเป็นแต่ละพื้นที่ไป ถ้ายังไม่สามารถดำเนินการภาพรวมใหญ่ๆ ทั้งหมดได้ ก็ให้ทยอยดำเนินการไป

เรื่องดังกล่าวตนได้กราบบังคมทูลอธิบายถวายให้ทรงทราบแล้วว่า รัฐบาลกำลังมีโครงการต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มไว้มาหลาย 10 ปี ซึ่งบางโครงการก็ยังไม่สำเร็จ หรือยังไม่ครบ ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่การทำ แต่อยู่ที่ประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในที่ดิน หรือพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งในวันที่ 9 ส.ค. ตนจะหารือกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำในเรื่องดังกล่าวว่า จะต้องทำอะไรให้เกิดขึ้นได้บ้าง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะต้องมีการเวนคืนที่ดินกันหรือไม่ หรือจำเป็นต้องเช่าพื้นที่เอกชนเพื่อเก็บกักน้ำให้ได้อย่างแท้จริง วันนี้ถ้าเราปล่อยให้น้ำท่วมถึงเวลาก็ไปเยียวยา ก็ต้องไปดูในภาพรวมว่าในพื้นที่ดังกล่าวประชาชนมีรายได้อย่างไร ปลูกพืชปีละกี่ครั้ง และปริมาณน้ำท่วมเท่าไร ก็จะต้องไปหารือว่าจะใช้เป็นพื้นที่เก็บน้ำเลยได้หรือไม่

นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 2. มีรับสั่ง ขอให้ทำให้ประเทศชาติ และประชาชนมีความสุข ซึ่งทรงย้ำเสมอทั้งเรื่องการช่วยเหลือ การบรรเทา การจัดระเบียบ การสร้างวินัย สร้างอุดมการณ์ ว่าให้ทำทุกมาตรการอย่างต่อเนื่อง

3. ให้ช่วยกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาลในส่วนที่ดีงาม มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ทำให้นักท่องเที่ยวได้พบเห็นและชื่นชม ขอให้รักษาไว้ให้ได้

4. รับสั่งถึงภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ อาทิ ภัยคุกคามในรูปแบบเก่า อธิปไตย ซึ่งวันนี้น้อยลง มีเฉพาะเรื่องของการรักษาทรัพยากรทั้งบนผืนแผ่นดิน และผืนน้ำ ที่เป็นอาณาเขตของประเทศไทย จำเป็นต้องมีกำลังไว้ดูแลรักษา และทรงเป็นห่วงในเรื่องของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ต้องเตรียมมาตรการรองรับไว้ให้เป็นสากล ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เกิดในประเทศอื่นก็จะมามีอิทธิพลต่อประเทศไทย อยู่ที่คนไทยทุกคนจะร่วมมือกัน

5. รับสั่งให้เร่งดูแลระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันเรามีการปฏิรูปกันอยู่มากพอสมควร เพื่อเร่งกระบวนการเรียนรู้ให้คนไทยมีความรู้อย่างจริงจัง ทำงานได้ สามารถที่จะมีอาชีพมั่นคง มีความเข้มแข็ง และมีหลักคิดที่ถูกต้องในทุกๆ เรื่อง จะได้ลดความขัดแย้ง

6. รับสั่งให้ช่วยกันส่งเสริมงานจิตอาสา ซึ่งตนได้สั่งการในที่ประชุม ครม.นำแนวกระแสรับสั่งให้กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครขึ้นมาในการดูแลพื้นที่ ดูแลความมั่นคง และในกิจการต่างๆ ลักษณะเป็นจิตอาสา หรือทำกิจการสาธารณะ เพราะบางอย่างถ้ารอข้าราชการทำฝ่ายเดียวไม่ทัน เพราะต้องผ่านกลไก และขั้นตอนต่างๆ แต่ถ้าช่วยกันคนละไม้คนละมือโดยจิตอาสาก็จะเกิดขึ้นได้เร็ว ภาระต่างๆ การใช้จ่ายงบประมาณก็จะลดลง จะได้นำงบประมาณไปทำอย่างอื่น

7. รับสั่งในเรื่องการดูแลประชาชนให้ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างทรงขอว่าให้เป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมายทุกประการ ให้มีหลักฐานที่ชัดเจน ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น และไว้วางใจในกระบวนการยุติธรรมให้ได้

8. ข้าราชการทุกหมู่เหล่า หรือส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการฝ่ายใดก็ตาม ขอให้ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง เป็นแม่แบบให้กับประชาชน ให้เกิดความเคารพศรัทธา และเชื่อมั่นในการทำงาน จะได้เกิดความร่วมมือ ลดผลกระทบระหว่างกันให้ได้ในการบังคับใช้กฎหมาย

9. เรื่องสำคัญที่สุด คือ ทรงเสียใจในการสูญเสียพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และคนไทยทั้งประเทศก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งว่า ขอให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจ ขยายสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำไว้อย่างมากมายให้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป ซึ่งพระองค์ท่านทรงพระราชทานแนวทางไว้เป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเองก็ทรงได้รับการสอนจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่จะต้องแก้ไข เพราะท่านทรงตรัสว่า "เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่สมเด็จพ่อได้ทรงทำไว้" ขณะเดียวกันก็ทรงให้นึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ด้วย ซึ่งพระองค์พระราชทานสิ่งต่างๆ ไว้มากมายให้กับประเทศไทย ขอให้นำแนวทางพระราชดำริของทั้งสองพระองค์ไปขับเคลื่อน ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็จะทรงสนับสนุนและส่งเสริม สถาบันก็จะช่วยเหลือรัฐบาลในการทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนไปพร้อมๆ กัน มีอะไรขอให้ทูลฯ ให้ทราบ

"สิ่งเหล่านี้ ผมได้นำความต่างๆ มาให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบ เพื่อสนองแนวพระราโชบาย สนองพระกระแสรับสั่ง ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และโชคดีที่ประเทศไทยมีพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสานต่อพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอให้คนไทยทุกคนช่วยกันรักษาต่อไป และขอให้ใช้การสูญเสียในครั้งนี้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศไปในสิ่งที่ดีกว่าเดิม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวด้วยว่า ในเรื่องการถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ที่ได้มีการเตรียมการ มีความก้าวหน้าไปตามลำดับ เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า อยากให้ประชาชนในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด มีส่วนร่วมในการวางดอกไม้จันทน์ แต่ทั้งหมดคงมาที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ ขอให้จัดสถานที่ในการวางดอกไม้จันทน์ในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสวางด้วยมือของตัวเองอย่างทั่วถึง ซึ่งตนได้สั่งการในที่ประชุม ครม.วันนี้ไปแล้ว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพวกเราทุกคน.