วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลิ่นศพโชย ตัวแข็งคล้ำ ลาโลกนาน 14 วัน! รวม 3 เรื่องปาฏิหาริย์ ตายแล้วฟื้น

รวม 3 เรื่องปาฏิหาริย์ ตายแล้วฟื้น... กลิ่นศพโชย ตัวแข็งคล้ำ ลาโลกนาน 14 วัน หมอ-ญาติสุดงง

ตะลึงเด็ก 10 ขวบ ตายไปแล้ว 14 วัน จู่ๆ ฟื้น หมอ-ญาติตกใจ

ช่วงกลางปี 2554 มีข่าวตื่นตะลึงจากเมืองอ่างทองว่า มีเด็กชายวัย 10 ขวบ ตายไปแล้ว 14 วัน แต่กลับฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งก่อนหน้านั้น เด็กชายวัย 10 ขวบผู้นี้ ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว และเข้ารับการผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลเด็ก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางสมคิด คล้ายทอง อายุ 48 ปี แม่ของเด็กชายวัย 10 ขวบเล่าว่า ก่อนที่แพทย์จะผ่าตัด ได้บอกให้ตนเตรียมใจไว้ก่อนแล้วว่าน้องจ่อยอาจแย่หรือเสียชีวิตก็ได้ แต่ตนก็ให้ทำการผ่าตัดเลย และหลังจากผ่าตัดกลับออกมา น้องจ่อยก็นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU ตลอดเวลา 14 วัน น้องจ่อยใช้เครื่องช่วยหายใจมาตลอด พยาบาลที่มาตรวจพบว่า น้องจ่อยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ ไม่มีความดันในร่างกาย ไม่หายใจ ตัวเย็นเฉียบ แพทย์และพยาบาลจึงบอกตนว่า น้องจ่อยตายไปแล้ว ตนก็ได้แต่บอกหมอและพยาบาลว่าไม่ให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ เพราะลูกอาจจะฟื้นขึ้นมาได้ เนื่องจากตนได้ไปบนไว้หลายแห่ง

จากนั้น 15 วันต่อมา แพทย์ได้มาบอกว่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว เพราะว่าเด็กตายแน่ๆ แขนขาเขียวคล้ำไปหมด นิ้วมือและนิ้วเท้าแห้งจนแข็งดำ หงิกงอ ผิวหนังแห้งเกรียม โดยเฉพาะที่นิ้วเท้าด้านขวาแห้งจนหลุดออกมา ซึ่งแพทย์ยังบอกอีกว่า ให้ตนและญาติไปเตรียมเรื่องงานศพได้เลย

วันรุ่งขึ้น แพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจออก ตนจึงได้นำดอกไม้ธูปเทียนพร้อมเงินจำนวนหนึ่งใส่ในมือลูก และเตรียมจะนำศพกลับไปบ้าน แต่หมอได้เดินมาและดึงธูปออก แล้วนำดอกไม้ธูปเทียนที่ตนใส่ไว้ในมือลูกออก โดยแพทย์บอกว่าจะอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายให้

หลังจากนั้นตน ได้สังเกตเห็นว่าใต้ตาของน้องจ่อยนั้นเหมือนมีเหงื่อซึมตามผิวหนังใต้ตาอยู่ และเท้ากระดิกได้ ตนจึงได้ตะโกนบอกหมอและพยาบาลให้รีบมาดู จากนั้นแพทย์และพยาบาลก็มาดู ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบอกกับตนว่า นี่ถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน จากนั้นจึงไปเอาที่วัดความดันมาวัด ก็พบว่าความดันเริ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ตัวเริ่มอุ่นขึ้น ก็รีบช่วยกันรักษาพยาบาล

ฮือฮา หนุ่มสวนยางตายแล้วฟื้น

ในปี 2559 นายเทพพิทักษ์ คชสิทธิ์ อายุ 32 ปี หนุ่มพิการ ฐานะยากจน ถูกโรคภัยรุมเร้าจนต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และหยุดหายใจไปเฉยๆ โดยแพทย์ได้ระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทางครอบครัวจึงเตรียมการที่จะจัดงานศพ แต่เมื่อญาติๆ นำศพกลับมาตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ก็ต้องตกตะลึงไปตามๆ กัน เพราะจู่ๆ นายเทพพิทักษ์ก็กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แต่อาการพิการทางกายกลับทรุดหนักขึ้นถึงกับเคลื่อนไหวร่างกาย และพูดจาตอบโต้ไม่ได้ ต้องให้อาหารทางสายยาง

โดยนายประทีป ผู้เป็นพ่อ บอกเล่าว่า เมื่อประมาณเดือน ก.พ.59 จู่ๆ บุตรชายที่เคยมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ก็ล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน กระทั่งอาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ จนหยุดหายใจ และแพทย์ระบุว่าเสียชีวิต ซึ่งตนดีใจมากที่ลูกยังไม่ตาย แต่ต้องลำบากเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากตนและภรรยาไม่ได้ทำงาน เพราะต้องดูแลลูกซึ่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ตะลึง! ชายวัย 50 ตายแล้วฟื้น หมดลม 3 ชั่วโมง

กลางปี 2552 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาญจนบุรี ได้พบกับ นายลำเจียก ชมชื่น อายุ 50 ปี นอนอยู่บนแคร่ มีมุ้งกางกันยุงไว้ให้ โดยนายลำเจียกอยู่ในสภาพอิดโรย หนังแห้งติดกระดูก ตาโปนโบ๋ลึก และยังมีกลิ่นเน่าคล้ายศพโชยออกมา

นางนมเนย มุมศิลป์ พี่สาวของ นายลำเจียก เล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้เข้าไปดูแลน้องชายตามปกติ พบว่า นายลำเจียกเสียชีวิตแล้ว ตนพยายามเขย่าเรียกก็ไม่ตื่น จึงเรียกนายทนนชัย สามี มาดูและจับชีพจรพบว่าเสียชีวิตจริง จึงแจ้งญาติๆ และชาวบ้านใกล้เคียงทราบ ต่างพากันมาช่วยเก็บบ้านเพื่อเตรียมจัดงานศพน้องชาย โดยขอโลงศพจากมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ที่ อ.ท่าม่วง เอาไว้ พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ได้นำโลงและยาฉีดศพมาให้ พอเวลาประมาณ 10.00 น. ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้มาถึง กลับมีเรื่องประหลาดราวปาฏิหาริย์ เมื่อน้องชายตนฟื้นขึ้นมา ตนและชาวบ้านพร้อมญาติๆ ที่เตรียมงานต้องตกใจ สอบถามทราบว่าทำไมกลับมามีชีวิตได้ น้องชายตอบว่า ไปป่ามาไปรบมา เพราะน้องชายตนเป็นอดีตทหารที่เคยรบที่เขาค้อ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ขาซ้าย ปัจจุบันนี้ยังฝังอยู่ ผ่าออกไม่ได้ 

"เมื่อถามว่ายังไม่ไปดีอีกหรือ น้องชายก็ตอบว่า จะรอ (นายเข็ม ชมชื่น อายุ 59 ปี พี่ชายที่อยู่ อ.ท่ามะกา) ก่อน แต่ก็เชื่อว่าน้องชายจะอยู่ได้อีกไม่นาน เพราะวันนี้ไม่กินน้ำแล้ว และตัวก็เริ่มมีกลิ่นเหม็นเหมือนศพ แต่แปลกใจว่าเขาฟื้นขึ้นมาอีกได้อย่างไร" นางนมเนย กล่าว

ปัจจุบัน นายลำเจียกเสียชีวิตแล้ว หลังจากที่ได้เจอพี่ชายอันเป็นที่รัก.