วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สสส.ตั้งเป้าช่วยคนไทยกินผักผลไม้ 400 กรัม/วัน เพิ่ม 50% ภายในปี 64

สสส.หนุนช่วยคนไทยกินผัก-ผลไม้พอเพียง 400 กรัม/วัน เพิ่มขึ้น 50% ภายใน 2564 พร้อมมอบรางวัลบุคคลต้นแบบ "กินผัก สร้างสุข" เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ชีวิตมนุษย์ออฟฟิศกินผักมากขึ้น-สุขภาพดีขึ้น พร้อมหนุนองค์กรต้นแบบ 6 แห่ง สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคผักผลไม้ให้แก่พนักงาน

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.60 ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม "กินผัก สร้างสุข กับบุคคลต้นแบบ" ในโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. มอบรางวัลให้กับบุคคลต้นแบบในองค์กรต้นแบบ 6 แห่ง ได้แก่ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์, บริษัทไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และสำนักงานศาลยุติธรรม

โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า สสส.สนับสนุนการดำเนินการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในการบริโภคผักผลไม้ที่มีความปลอดภัยอย่างน้อยวันละ 400 กรัม ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก โดยตั้งเป้าบริโภคผักผลไม้อย่างเพียงพอเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25.9 เป็นร้อยละ 50 ในปี 2564 โดยเฉพาะสนับสนุนสถานประกอบการ ให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมถึงสนับสนุนการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคผักผลไม้ให้แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน อาทิ ส่งเสริมการปลูกผัก การมีตลาดนัดหมุนเวียน หรือจัดเมนูอาหารสุขภาพสำหรับพนักงาน

ด้าน น.ส.จันทร์จิดา งามอุไรรัตน์ หัวหน้าโครงการสร้างเสริมสุขภาพกลุ่มวัยทำงานด้วยการบริโภคผักผลไม้ 400 กรัม กล่าวว่า ได้ร่วมกับองค์กรภาคเอกชน 6 แห่ง เข้าร่วมโครงการ โดยมีพนักงานสนใจเข้าร่วมกิจกรรม 777 คน โดยมีการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความต้องการบริโภคผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม แก่พนักงานในแต่ละสำนักงาน โดยให้ทดลองชั่งผัก เพื่อให้รู้จักปริมาณผักที่ควรบริโภคต่อวัน ให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยของผักแต่ละประเภท รวมถึงวิธีการล้างเพื่อลดความเสี่ยงต่อสารเคมีตกค้าง มีการจัดพื้นที่จำหน่ายผักผลไม้และอาหารภายในงาน รวมถึงการตรวจวัดระดับสารเคมีจากผักผลไม้ตกค้างในเลือด โดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN)

นางสาวจันทร์จิดา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีกิจกรรม 21 วัน มหัศจรรย์ผักผลไม้ เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้อาสาสมัครจากสำนักงานต้นแบบทดลองปฏิบัติภารกิจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้ของตนเองได้ตลอด 21 วัน โดยมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลปริมาณผักผลไม้ในอาหารแต่ละจาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมป้อนข้อมูลบันทึกไว้เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงในการบริโภคผักผลไม้ของตนเอง รวมถึงจัดทำไลน์กลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แรงบันดาลใจในการกินผักผลไม้ นอกจากนี้มีการจัดกิจกรรมอบรมบุคคลต้นแบบ 33 คน เยี่ยมชมการปลูกผักแบบไร้สารเคมี และการย้ายกล้า ผสมดิน ทดลองปลูกผัก เรียนรู้การปรุงอาหารจากผักที่มีตามฤดูกาล การถนอมและแปรรูปผักผลไม้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริโภคผักผลไม้ของตนเอง รวมถึงระดมความคิดในการขยายองค์ความรู้เรื่องการบริโภคผักผลไม้สู่สังคมวงกว้าง รวมถึงมีการอบรมแม่ครัวต้นแบบ ซึ่งเป็นผู้ค้าในโรงอาหารของบริษัทให้เป็นผู้มีความรู้ในการปรุงอาหารเพื่อสุขภาวะด้วย

ด้าน น.ส.วรรณา ธรรมร่มดี ผู้จัดการบริหารสำนักกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการสร้างเสริมสุขภาพกลุ่มวัยทำงานด้วยการบริโภคผักผลไม้ 400 กรัม ซึ่งได้รับความสนใจจากพนักงานอย่างมาก ถือเป็นการจุดประกายให้กับหลายๆ คนที่ไม่ชอบกินผัก ปรับเปลี่ยนความคิดมาลิ้มลองและเริ่มทานผัก ในขณะเดียวกันคนที่ทานอยู่แล้วก็ได้กัลยาณมิตรมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แลกเปลี่ยนเมนูอาหารและแบ่งปันวัตถุดิบกัน

สำหรับการจัดกิจกรรมของบริษัทฯ มี 2 ส่วน คือ สำนักงานกรุงเทพฯ และพนักงานฝ่ายผลิตที่โรงงานศรีราชา มีการจัดอบรมให้กับผู้ค้าในโรงอาหาร ซึ่งแม่ค้าที่ไปอบรมก็กลับมาปรับปรุงเพิ่มเติมเมนูผักมากขึ้น นอกจากนี้มีโครงการแปลงผักอินทรีย์ ที่มีการสาธิต อบรมการปลูกผักอินทรีย์ในบริเวณพื้นที่ว่างข้างอาคารสำนักงานและโรงงาน รวมถึงได้ต่อยอดในส่วนการจัดตลาดผักผลไม้อินทรีย์ขึ้น โดยได้เชิญชวนชาวสวนที่ปลูกผักแถวคลองจินดามาจำหน่ายเดือนละประมาณ 1-2 ครั้ง ที่ไลอ้อนกรุงเทพฯ ด้วย.