วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วัฒนา' โวย คสช.จ้องจับยัดคุก แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

"วัฒนา" โวย คสช.จ้องจับติดคุก ใช้อำนาจกับคนเห็นต่าง แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เย้ย "ประยุทธ์" โดนแบล็กลิสต์น่าอับอาย

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.60 ที่พรรคเพื่อไทย นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนและทนายความได้ไปพบพนักงานสอบสวนที่ บก.ปอท. โดยทาง คสช.มอบอำนาจให้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ในฐานะฝ่ายกฎหมายของ คสช. มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า การโพสต์ข้อความเมื่อ 23 ก.ค.และ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการดูหมิ่นศาล ตนให้การปฏิเสธ จากนั้นเข้าสู่กระบวนการสอบสวนปกติ แต่หลังจากออกมาแล้ว บอกว่ามีเรื่องพูดคุยขอให้กลับไปอีกครั้ง แต่ติดธุระด่วนจึงไปไม่ได้ จึงนัดให้ไปพบวันที่ 10 ส.ค. แต่มาทราบภายหลังว่า คสช.ต้องการให้พนักงานสอบสวน นำตนไปขออำนาจศาลฝากขัง และจะคัดค้านการประกันตัว ซึ่งเรื่องนี้ คสช.สร้างมาตรฐานใหม่ เมื่อแสดงความเห็นไม่ถูกใจผู้มีอำนาจจะกลายเป็นความผิดทั้งหมด ใช้คำว่าความมั่นคงเป็นข้ออ้าง ในการใช้อำนาจกับผู้เห็นต่าง มีการใช้ทหารแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดย พ.อ.บุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจมาร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่กลับมีพฤติกรรมแทรกแซงการทำงานพนักงานสอบสวน มีการดำเนินการที่ผิดไปจากกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ มีเจตนาจะเอาตัวตนไปศาลให้ได้ มีความพยายามทำให้กระบวนการผิดปกติ

นายวัฒนา กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ที่เห็น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.อยากเอาใครเข้าคุก ก็ต้องเป็นไปตามนั้น คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นกฎหมายไปแล้วหรือ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้หรือ ทหารเข้ามานั่งฟังควบคุมการสอบสวน จะเหลืออะไรให้ประชาชนพึ่งพา หรือหากพึ่งพาไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องจับอาวุธมาฆ่ากัน ต้องการให้เป็นอย่างนั้นหรือ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกแบล็กลิสต์ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ แสดงว่าเขาไม่ให้การยอมรับ ตนไม่ขอให้คืนอำนาจ ขอแค่ให้เหลือพื้นที่กระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนได้พึ่งพา โดยจะยังวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป เพราะเป็นเสรีภาพทางรัฐธรรมนูญ แค่แสดงความเห็น ไม่ได้ชวนให้ใครมาล้มรัฐบาล อยากอยู่ก็อยู่ไป ไม่มีใครว่า

เมื่อถามว่า ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ หากถูกควบคุมตัวจริง เตรียมช่องทางกฎหมายไว้ต่อสู้อย่างไร นายวัฒนา กล่าวว่า ถ้าถูกจับก็ไม่รู้ทำอย่างไร คงฟ้องประชาชน ในเมื่อนานาชาติยังแบนขนาดนี้ ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไป ยังไม่รู้ตัวเป็นเรื่องน่าอับอาย ผู้นำไปต่างประเทศไปเจรจาไม่ได้

ด้าน นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ในฐานะทนายความผู้รับผิดชอบคดีของนายวัฒนา กล่าวว่า ได้รับแจ้งมาในทางลับว่าเมื่อวันที่ 7 ส.ค.มีการเตรียมออกหมายจับ ทำให้ตนและนายวัฒนาเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เมื่อไปถึงที่น่าตกใจ มีการทำสำนวนแล้วเสร็จ รวมทั้ง พ.อ.บุรินทร์ และพนักงานสอบสวนต่างตกใจ ที่มีการล่วงรู้ข้อมูลตรงนี้ จึงทำได้เพียงแค่ให้พบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหาตามปกติ แต่กลับมีการระบุแนบท้ายเอาไว้ว่าในวันที่ 10 ส.ค.ต้องนำตัวนายวัฒนามาด้วยให้ได้ ซึ่งเห็นว่ากระบวนการมันบิดเบี้ยว นายวัฒนาที่โดนไป 6 คดี ไปพบพนักงานสอบสวนทุกครั้ง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เมื่อกระบวนการสอบสวนเริ่มไม่ปกติแล้ว ปล่อยให้อำนาจพิเศษมาชี้นำ โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ตนเป็นทนายความมา 30 ปี ยังไม่เคยเห็นกระบวนการบิดเบี้ยวไปจากกรอบกฎหมายอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นอย่าไปพูดตอนในชั้นศาลเลย เมื่อแพ้คดีตั้งแต่กระบวนการสอบสวนแล้ว