วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศูนย์ไซเบอร์ ทบ. ไล่บี้แฮกเกอร์ เผยสกัดเว็บหมิ่นฯ ไปกว่า 1,000 ราย

ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ ทบ. อนุมัติร่างแผนแม่บทไซเบอร์ ป้องกันแฮกเกอร์ป่วนข้อมูลราชการ เผยสกัดเว็บหมิ่นฯ ตั้งแต่เดือน ต.ต.-ก.ค.60 จำนวน 1,171 รายการ

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการจัดสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อ “สงครามไซเบอร์ในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลการพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธานเปิดงานฯ พร้อมปลัดกระทรวงกลาโหมและ ผบ.เหล่าทัพ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมีนาย Richard A. Clarke ผู้เขียนหนังสือ Cyber War : The Next Threat to National Security and What to Do About It และทำงานเป็นที่ปรึกษาพิเศษของสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา และเคยเป็นที่ปรึกษาด้านไซเบอร์ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 5 คน ได้มาบรรยายเรื่อง Cyber Security

นาย Richard A. Clarke กล่าวว่า รัฐบาลและเอกชนส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญของการวางมาตรการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ นอกจากจะไม่ใช่นโยบายสำคัญขององค์กรทั้งหลายแล้ว งบประมาณเพื่อการนี้ก็น้อยกว่าที่จำเป็น อีกทั้งการฝึกและสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ก็ยังห่างไกลจากความต้องการที่แท้จริง

“เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศัตรูของคุณเป็นใคร เพราะเขาอาจจะเป็นคนหรือเป็นองค์กรหรือเป็นรัฐบาลได้ทั้งนั้น ดังนั้นคำว่า cyberterrorism กับ cybersecurity จึงเป็นของคู่กันสำหรับทุกประเทศ ใครไม่ให้ความสำคัญกับสองเรื่องนี้ก็อาจกลายเป็นเหยื่อการโจมตีทางไซเบอร์ พอจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว” ที่ปรึกษาด้านไซเบอร์ของอดีต ปธน.สหรัฐฯ กล่าว

ด้าน พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ ทบ. กล่าวว่า เรื่องนี้ทางกองทัพได้ให้ความสำคัญกันมานานแล้ว โดยได้อนุมัติร่างแผนแม่บทไซเบอร์ เพื่อการป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ขึ้นมารองรับทั้ง 3 ด้าน คือ มาตรการป้องกัน มาตรการป้องปราม และการผนึกกำลังทุกภาคส่วน ส่วนด้านการปฏิบัติงานที่ผ่านมายังคงขาดการส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านนี้ และการสร้างแรงจูงใจอย่างจริงจัง รวมถึงการนำบุคลากรเหล่านี้มาใช้งานในระดับชาติตามคำแนะนำของ นาย Richard A. Clarke ก็จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ

สำหรับกองทัพบก ในช่วงที่ผ่านมามีความพอใจที่การโจมตี หรือป่วนเว็บหน่วยงานราชการจากกลุ่ม Hacker หรือผู้ไม่หวังดีต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศลดลงมาก ซึ่งเป็นผลจากการสร้างความเข้าใจและการดำเนินการทางกฎหมาย ทำให้หน่วยงานต่างมีเวลาในการพัฒนาองค์กรไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น จะเห็นได้จากกรณีการโจมตีของมัลแวร์ WannaCry และ Petya เราได้รับผลกระทบน้อยมากสำหรับเว็บหมิ่นฯ ตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมาถึงเดือนก.ค. ตรวจพบ 1171 รายการ โดยมาจาก Facebook จำนวน 441 รายการ ปิดไปแล้ว 411 รายการ, Youtube จำนวน 656 รายการ ปิดไปแล้ว 335 รายการ, Twiter จำนวน 10 รายการ ปิดไปแล้ว 6 รายการ รวมที่ได้รายงานและประสานการปิดกั้นกับ DE, DSI และ ปอท. ได้ปิดกั้นเพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 752 รายการ ที่เหลืออยู่ในระหว่างการดำเนินการ