วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมืองลับแลร่วมปลูกกล้าไม้ กว่า 2.6 หมื่นต้น เพื่อน้อมรำลึกในหลวง ร.9

พ่อเมืองลับแล ร่วมปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินบริเวณหน่วยฟื้นฟูป่าต้นน้ำลุ่มน้ำงอมถ้ำ จำนวน 65 ไร่ ประชาชนร่วมปลูกกล้าไม้ 26,510 ต้น รวมทั้งมีราษฎรคืนพื้นที่ป่า รวมพื้นที่ 718 ไร่ ถือว่าเป็นแปลงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ..

วันที่ 8 ส.ค. เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ที่บริเวณหน่วยฟื้นฟูป่าต้นน้ำลุ่มน้ำงอมถ้ำ หมู่ 1 ต.ท่าแฝก อ.น้ำปาด จำนวน 65 ไร่ โดยมี นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สน.บริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 และนายพงศ์สัณห์ รัตนสุวรรณ หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน พร้อมด้วยนายปรีชา สุทนต์ นายอำเภอน้ำปาด ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ นักเรียนและประชาชนกว่า 400 คน ร่วมปลูกกล้าไม้ 26,510 ต้น

สำหรับโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เป็นโครงการที่ดำเนินการพร้อมกันทั้ง 77 จังหวัด เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.-30 ก.ย. 2560 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และร่วมกันทำความดีเพื่อเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในพื้นที่ ต.ท่าแฝก มีราษฎรสมัครใจคืนพื้นที่ป่า 85 ราย รวมพื้นที่ 718 ไร่ ในเขตอุทยานลำน้ำน่าน ถือว่าเป็นแปลงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ที่น้ำจะไหลลงเขื่อนสิริกิติ์ สร้างประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทางด้าน นายศักนรินทร์ ปิ่นน้อย กำนันตำบลท่าแฝก เผยว่า พื้นที่บุกรุกที่ราษฎรมอบคืนรัฐบาล ส่วนใหญ่ทำไร่ข้าวโพด ซึ่งจากการทำประชาคม ชาวบ้านยินดีมอบคืนที่ดินเพื่อปลูกป่า ตามแนวทางป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีการปลูกมะขามเปรี้ยว กล้วย และยางนา เพื่อคืนระบบนิเวศให้ผืนป่า

นอกจากนี้ ชาวบ้านสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ได้โดยไม่ทำลายป่า และช่วยกันดูแลป้องกันไฟป่า ซึ่งเกิดขึ้นรุนแรงทุกปี ในโอกาสนี้ ยังได้มอบใบประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณความดีคืนพื้นที่ป่าแก่รัฐบาล ตามนโยบาย รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 85 ราย และมอบกล้าไม้แก่ตัวแทนราษฎรในพื้นที่อีกด้วย.