บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยางไทย...ฉายแวว

โดย สะ-เล-เต

เป็นเรื่องน่ายินดี พี่น้องชาวสวนยางพารามีช่องทางตลาดขายยางได้กว้างขึ้น ต้องขอบคุณกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่ได้จัดงานจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อยางและผลิตภัณฑ์ยาง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปิดโอกาสให้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 22 แห่ง นำยางที่ผลิตได้มาตรฐาน GMP มาเปิดตัวเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อ 106 บริษัท จาก 27 ประเทศ ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป สหรัฐฯ แอฟริกา รัสเซีย อเมริกาใต้

งานจัดแค่วันเดียว แต่ได้ยอดสั่งซื้อ 442,740 ตัน คิดเป็นมูลค่า 24,350.7 ล้านบาท

สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ น่าจะขายได้แค่ 300,000 ตัน มูลค่า 15,000 ล้านบาท

นอกจากนั้น ยังได้ยอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยาง ล้อยาง และถุงมือยางอีก 2,081.14 ล้านบาท

ยางที่ต่างประเทศให้ความสนใจสั่งซื้อมากที่สุด เป็นยางแท่ง STR 20 และยางแผ่นรมควันชั้น 3 RSS3 และเพราะเป็นยางที่โรงงานต่างๆนิยมนำไปใช้มากที่สุดนั่นเอง

จุดสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ ทำให้สถาบันเกษตรกรของไทยได้เป็นที่รู้จักของผู้ซื้อมากขึ้น เพราะได้พบเจรจากับผู้ซื้อที่ต้องการใช้ยางพาราโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางที่เรียกว่า เทรดเดอร์ เลยได้ลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นมาอุดหนุนยางที่สถาบันเกษตรกรแต่ละแห่งผลิตได้

เหมือนอย่าง สหกรณ์กองทุนสวนยางอำเภอบ่อทอง จำกัด ที่เดิมขายให้แก่จีนเป็นหลัก เดือนละ 3,000 ตัน แต่งานนี้ได้ลูกค้ารายใหม่จากยุโรป เยอรมนี และฮังการี ซึ่งเดิมนั้นเขาได้สั่งซื้อยางผ่านเทรดเดอร์จากจีน

เมื่อได้มาเห็นกับตาตัวเองในงาน ยางไทยมีคุณภาพดีกว่าที่เคยรู้มา แถมมีมาตรฐาน GMP รับรอง เลยตัดสินใจสั่งซื้อทันที เริ่มจากเยอรมนีขอเอาไปเป็นน้ำจิ้มก่อน 200 ตัน ส่วนฮังการี 400 ตัน

นอกจากนั้น ยังได้ลูกค้าจากประเทศคู่แข่งอย่างอินเดียอีกด้วย ทั้งที่เป็นประเทศที่ผลิตน้ำยางได้เอง มาเห็นยางไทยมีคุณภาพ แถมราคาถูกกว่าของประเทศตัวเอง เลยสนใจ แต่กำลังอยู่ในช่วงผู้ซื้อฝ่ายอินเดียต้องกลับไปคิดคำนวณ ซื้อยางไทยไปใช้แล้ว เมื่อบวกกับค่าภาษีนำเข้าประเทศตัวเองแล้ว จะคุ้มกว่าไหมเท่านั้นเอง.

สะ-เล-เต