บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าให้กีฬาซีเกมส์ ทำลายสปิริตอาเซียน

โดย ซูม

จากนี้ไปอีกเพียง 10 วัน หรือในวันที่ 19 สิงหาคม 2560 มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 จะเริ่มขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และจะมีการแข่งขันไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม เป็นวันสุดท้าย

แม้จะเป็นมหกรรมกีฬาเล็กๆ แต่ก็เป็นกีฬาที่มีความหมายสำหรับประชาชนของประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ประเทศมาเลเซียได้ประกาศใช้คำขวัญในการจัดงานว่า “Rising Together” ซึ่งแปลง่ายๆว่า เจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน หรือก้าวขึ้นสู่ที่สูงไปพร้อมๆกันตามสปิริตของ AEC หรือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่เริ่มมาตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2558

เนื่องจากเป็นการแข่งขันซีเกมส์ครั้งแรกในยุคของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทางมาเลเซียจึงมีความประสงค์ที่จะใช้การแข่งขันครั้งนี้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นความรัก ความสามัคคีของชาติต่างๆ ในอาเซียนอีกแรงหนึ่ง

แต่สำหรับท่านที่อ่านข่าวหน้ากีฬามาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วง 4-5 เดือนหลังๆนี้ จะเกิดความรู้สึกที่ตรงกันข้าม แบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ อย่างไรอย่างนั้น

เพราะมีแต่ข่าวว่า เจ้าภาพมาเลเซียตั้งใจจะเป็นเจ้ากีฬาซีเกมส์ คือคว้าเหรียญทองให้มากที่สุดในครั้งนี้ให้จงได้

ดังจะเห็นได้จากการเพิ่มกีฬาใหม่ๆที่คิดว่าตัวเองได้เปรียบมาหลายอย่าง เช่น ฮอกกี้น้ำแข็ง สเกตน้ำแข็ง เป็นต้น

กีฬาอะไรที่เขาไม่ค่อยมีความหวังก็ไม่จัดอย่างเช่นยกน้ำหนักหญิง ซึ่งเป็นกีฬาที่เรามีความหวังอย่างมาก เขาก็จัดแต่ประเภทชาย

นอกจากนั้นก็ยังออกกติกา ว่าในการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ ซึ่งมีการแข่งขันหลายๆอย่างนั้น ประเทศเจ้าภาพสามารถส่งเข้าแข่งได้หมด แต่ประเทศสมาชิกส่งได้ไม่หมด จะต้องเลือกเองว่าจะส่งประเภทไหน

ทำให้ตะกร้อของเราส่งได้ไม่หมดและเราก็เลือกที่จะไม่ส่งประเภททีมเดี่ยวไปหนึ่งประเภท

ฟุตบอลชายก็จัดให้เราอยู่สายแข็ง ซึ่งมีถึง 6 ทีม ในขณะที่ของเขาสายอ่อนกว่าแถมมี 5 ทีมทำให้เหนื่อยน้อยกว่าเรา

ฟุตบอลหญิงซึ่งจะแข่งพบกันหมด แต่วันสุดท้าย 2 คู่สุดท้ายควรจะแข่งพร้อมๆกัน เพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบ เขาก็ให้เราแข่งก่อนแล้วเขาแข่งหลังทำให้เขาได้เปรียบ เพราะจะรู้ผลคู่แรกแล้ว ฯลฯ

อ่านข่าวไปนึกภาพไปก็รู้สึกว่าแปร่งๆ และไม่น่าจะเป็นไปตามคำขวัญที่จะทำให้ประชาคมอาเซียนมีความสมัครสมานสามัคคีได้เลย

ก็คงต้องฝากนักกีฬาไทยและคนดูไทยเอาไว้ว่า ขอให้กำลังใจล่วงหน้า

หากเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เหรียญทองมากสุดจริงๆ เราก็ปล่อยเขาไป อย่าไปประท้วง อย่าไปแสดงความไม่พอใจออกมาให้เห็น

พยายามมองในแง่ดี พยายามให้อภัยเอาไว้เป็นที่ตั้งว่างั้นเถอะ

ถ้าจะว่าไปแล้ว กีฬาซีเกมส์ ซึ่งเมื่อก่อนเรียกกันว่า เซียพเกมส์ หรือกีฬาแหลมทอง แข่งกันเฉพาะ 5-6 ประเทศในแหลมทอง ก็เป็นความคิดริเริ่มจากเราโดย หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ รองประธานโอลิมปิกไทยเมื่อ พ.ศ.2501-2502 และในการก่อตั้ง สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ASEAN ก็เป็นความคิดจากไทยเช่นกันโดยอดีต รมว.ต่างประเทศ ถนัด คอมันตร์ ในยุคโน้นเป็นผู้ริเริ่ม

เป็นเรื่องที่ดีงามทั้ง 2 เรื่อง และก็น่ายินดีที่ทั้ง 2 เรื่องอยู่ยั้งยืนยง มาจนถึงวันนี้ และก็ควรจะรักษาให้ยืนยงควบคู่กันไปอีกนานแสนนาน

อดทนอดกลั้นอะไรได้ก็อดทนเอาไว้นะครับ ขอฝากท่านหัวหน้าคณะนักกีฬาของเรา ไปจนถึงนักกีฬาไทยทุกๆคน ขอให้นึกถึงสปิริตอาเซียนไว้ให้มากที่สุด

จริงอยู่แม้ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมโดยรวมเรายังเป็นรองสิงคโปร์ มาเลเซีย หลายขุม แต่ระดับความเป็น พี่เบิ้ม ในภูมิภาคนี้ที่เพื่อนบ้านให้ความเคารพให้ความเกรงใจ ผมว่าเราอยู่ในแถวหน้าสุด

ไม่งั้นเขาจะยอมมาร่วมในสิ่งที่เราริเริ่มขึ้นทั้ง 2 เรื่องนี้หรือครับ

นึกเสียว่าการเป็นพี่เบิ้มนั้น หากน้องๆจะขอเอาชนะเราบ้างเล็กๆน้อยๆ เพื่อประโยชน์อะไรบางอย่างของประเทศเขา เช่น การรวมชาติเป็นหนึ่ง หรือการสร้างความภูมิใจว่าเขาก็เอาชนะประเทศใหญ่ (ในภูมิภาคนี้) อย่างไทยได้ ฯลฯ

ยอมยกให้เขาไปเลย เพื่อความเป็นพี่เบิ้มที่ดี ยอมแพ้เรื่องนี้ไปชนะในเรื่องอื่นๆว่างั้นเถอะครับ.

“ซูม”