บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหยื่อลิสซิ่ง ดอกเบี้ยโหดเข้าร้องทุกข์ กู้เงินหมื่นเป็นหนี้เงินแสน

สองสามีภรรยา เหยื่อลิสซิ่งดอกเบี้ยโหดเข้าร้องทุกข์อัยการ หลังกู้เงิน 1 หมื่นบาท แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยกว่า 1 แสนบาท ด้านอัยการ เผยมีผู้ร้องทุกข์แล้วกว่าสิบราย

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.60 ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการกู้เงินจากลิสซิ่งดอกเบี้ยโหดในพื้นที่ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เข้าพบอัยการจังหวัดเทิงเพื่อร้องทุกข์และขอคำปรึกษาจากกรณีที่ไปกู้ยืมเงินจากบริษัทลิสซิ่งใน อ.พญาเม็งราย แต่ปรากฏว่ามีการคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินกฎหมายกำหนด

นายจันทร์ ยะมาลา อายุ 59 ปี และนางดี ยะมาลา อายุ 57 ปี สามีภรรยาชาวตำบลไม้ยา อ.พญาเม็งราย เล่าว่า เมื่อประมาณปี 2550 ได้กู้ยืมเงินจากบริษัทลิสซิ่งแห่งหนึ่งใน อ.พญาเม็งราย เป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นบาท โดยใช้ใบ ส.ป.ก. เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางลิสซิ่งคิดดอกเบี้ยเดือนละ 1,440 บาท แต่ตนได้จ่ายเดือนละ 4,000 บาท ติดต่อกัน 4 เดือน เหลืออีกเพียงงวดเดียวก็จะจ่ายครบ แต่ติดปัญหาทางการเงินจึงเว้นช่วงไม่ได้จ่ายไป 3 เดือน

ต่อมาทางบริษัทลิสซิ่งได้ส่งคนมาทวงค่างวดถึงที่บ้าน โดยบอกว่าต้องจ่ายเงินอีก 15,000 บาท จึงจะคืนใบ ส.ป.ก.ตนจึงจ่ายตามที่ทวงถามเพื่อตัดปัญหา แต่เมื่อจ่ายให้แล้วกลับไม่ได้ใบเอกสารสิทธิคืนแต่อย่างใด และยังพูดบีบบังคับให้ต่อสัญญาอีกครั้งเป็นเงิน 2 หมื่นบาท แต่การทำสัญญาครั้งหลังนี้ตนและภรรยาไม่ได้รับเงินเลยสักบาท จึงรู้สึกไม่เป็นธรรมและไม่ได้จ่ายเงินค่างวดเลย ต่อมาทางบริษัทลิสซิ่งได้มีหนังสือทวงค่างวดส่งมาที่บ้าน โดยระบุว่าทางครอบครัวของตนได้ติดหนี้กับบริษัทลิสซิ่งเป็นเงิน 114,540 บาท บวกค่าธรรมเนียมการต่อสัญญาอีก 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 119,540 บาท เมื่อเห็นข่าวว่ามีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากลิสซิ่งดังกล่าวมาร้องทุกข์กับอัยการจังหวัดจึงได้พากันมาร้องบ้าง เพื่อขอความเป็นธรรม

นางนุช เกิดดี อายุ 49 ปี หนึ่งในเหยื่อลิสซิ่งโหดอีกราย เล่าว่า เมื่อประมาณเดือน ต.ค.59 ได้กู้ยืมเงินจากบริษัทลิสซิ่งในพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อนำเงินมาเป็นทุนค้าขาย โดยใช้โฉนดที่ดิน 60 ตร.ว. พร้อมบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ราคาประเมิน 5 แสนบาท เพื่อขอกู้เงิน 140,000 บาท ทำสัญญา 12 งวด แต่รับเงินจริงเพียง 112,000 บาท โดยทางบริษัทลิสซิ่งบอกว่าหักเป็นค่าเงินปากถุงจำนวน 2 หมื่นบาท ตนจึงได้จ่ายดอกเบี้ยทุกงวด งวดละ 2,800 บาท เป็นจำนวน 11 งวด แต่งวดสุดท้ายทางลิสซิ่งบอกว่าจะต้องจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน 142,800 บาท ตนไม่มีเงินจ่าย ทางลิสซิ่งจึงยื่นข้อเสนอว่าหากครบปีแล้วยังไม่มีเงินต้นมาจ่ายก็จะต้องมีการคิดค่าปากถุงเพิ่มไปอีก 28,000 บาท ตนจึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้ลองสอบถามคนที่เคยมากู้เงินกับลิสซิ่งดังกล่าว ทราบว่าบริษัทลิสซิ่งจะคิดค่าปากถุงบวกกับเงินต้นในอัตราร้อยละ 18 บวกไปเรื่อยๆ ยิ่งหลายปีเงินต้นที่เขานำมาคำนวณก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้และจะยึดโฉนดค้ำประกันเพื่อชำระหนี้

นายสมชาย จันทร์ประเทือง อัยการจังหวัดเทิง เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้รับร้องทุกข์จากกรณีลิสซิ่งดังกล่าวแล้วประมาณ 30 ราย และมีอีกประมาณ 40 รายที่ทางอัยการมีข้อมูลแต่ยังไม่มีการมาร้องทุกข์ ทางสำนักอัยการได้ทำหนังสือแจ้งไปยังลูกหนี้ทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนให้รีบมาร้องทุกข์ เพื่อที่ทางสำนักอัยการจังหวัดเทิงจะได้รวบรวมข้อมูลส่งไปพิจารณาในระดับจังหวัดหรือระดับที่สูงกว่าเพื่อหาทางช่วยเหลือให้ชาวบ้านต่อไป และอยากฝากไปยังผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนรายอื่นหากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีนี้ก็สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักอัยการจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ.