วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บาทแข็งค่าแค่ระยะสั้น

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์ค่าเงินบาท โดยวานนี้ (7 ส.ค.) เคลื่อนไหวที่ 33.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ และยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องว่า เงินบาทแข็งค่ามาจาก 2 เหตุผลคือ ไทยเกินดุลการค้าเฉลี่ยเดือนละ 1,000 ล้านเหรียญ และขณะนี้เงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง เพราะมีข้อตกลงการค้าสำคัญ 2 ราย คือ ธนาคาร CTBC ซื้อหุ้นบริษัท LH ไฟแนนเชียลกรุ๊ป หรือ LH Bank วงเงิน 16,595 ล้านบาท และธนาคารพาณิชย์ และบริษัทประกันภัย จะนำเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เข้ามา 10,000-20,000 ล้านบาท จึงมีเงินดอลลาร์สหรัฐฯเข้าสู่ระบบการเงินไทยจำนวนมาก และทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ระยะสั้น แต่หลังจากเงินเหล่านี้ถูกใช้ออกไป น่าจะทำให้เงินบาทกลับสู่ปกติ อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ดูแลเพื่อไม่ให้แข็งค่าเกินจำเป็น

ส่วนการกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ตลาดทุนไทยจะเป็นอย่างไรในอนาคต” ในงาน Thailand Investment Fest 2017 นายอภิศักดิ์กล่าวว่า คณะทำงานซึ่งมีตัวแทนจากกระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ธปท. กำลังศึกษาระบบการยืนยันตัวตน (Know your Customer: KYC) ของสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินรับรู้ข้อมูลของลูกค้า สามารถระบุตัวตนและพิสูจน์ตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องมาแสดงตนที่สาขาของสถาบันการเงิน และยังมีประสิทธิภาพตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินกับการก่อการร้ายด้วย ซึ่งต้องการให้ KYC เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด

ขณะที่กลุ่มงานโกลบอล มาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีมุมมองต่อค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.40 บาทต่อเหรียญ เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 33.24 บาทต่อเหรียญสัปดาห์ที่แล้ว โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 26 เดือนครั้งใหม่ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 13,300 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสูงถึง 46,900 ล้านบาท.