วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวย ล้ำ งานระดับโลก Astana Expo 2017 ชมจุใจทุกพาวิลเลียน

งานดีระดับโลกอีกหนึ่งงาน ที่คุณสมควรไปดูมากๆ กับงาน Astana Expo 2017 งานนิทรรศการระดับโลก ที่จะเปิดโลกทัศน์และความคิดอันกว้างไกลให้กับตัวคุณเอง โดย โฮมมี่ มีโอกาสเดินทางยังสาธารณรัฐคาซัคสถาน เพื่อไปเยี่ยมชมงานนี้มาแล้ว รู้สึกได้ว่า งานนี้เป็นงานที่สนใจมาก จึงมีเรื่องราวดีๆ มาฝากกันมากมาย 

ก่อนอื่นเรามารู้จักงาน World Expo งานระดับโลกกันก่อนดีกว่า สำหรับงานนิทรรศการระดับโลก ปีนี้มีชื่อว่า Astana Expo 2017 จัดขึ้น ณ กรุงอัสตานา ประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน โดยงานนี้มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกจำนวน 115 ประเทศ และองค์กรระดับโลกกว่า 20 หน่วยงาน เข้าร่วมจัดงานบนพื้นที่การจัดการทั้งหมด 1,740,000 ตร.ม. หรือประมาณ 1,087.5 ไร่ โดยประเทศไทยเองได้พื้นที่จัดงาน 934.05 ตร.ม.

งาน World Expo ถือเป็น 1 ใน 3 งานใหญ่ของโลก เช่นเดียวกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลก และงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก คือ "Future Energy" หรือ "พลังงานแห่งอนาคต" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.-10 ก.ย. 2560 สำหรับประเทศไทยมีกระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานหลัก และคัดเลือกบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน มาเป็นผู้จัดสร้าง Thailand Pavilion หรือ ศาลาไทย ในครั้งนี้

ไปค่ะทุกคน...ไปชมพาวิลเลียนอื่นๆ ทั่วโลกด้วยกัน พร้อมกันนี้จะไปส่องพาวิลเลียนของประเทศไทยเรา ที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จไม่แพ้ใครๆ แต่งานนี้ออกตัวก่อนว่า เราคัดสรรแต่ประเทศที่เด็ดๆ มาฝากนะ ชมหมด 115 ประเทศคงไม่ไหว เพราะเดินงานแค่ 2 วัน ขาลากจ้า แหม...พื้นที่ใหญ่โตเว่อร์วัง

1. โมนาโก

พาวิลเลียนของประเทศโมนาโก มาในคอนเซปต์ที่ชู "ทะเล" เป็นพลังงานแห่งอนาคต โดยการเล่าเรื่องราวต่างๆ จะอาศัยความเคลื่อนไหวของกระจกสะท้อนเรื่องราวของพลังงาน ทั้งนี้ยังโครงการโปรเจกต์ริมทะเล ที่น่าสนใจ ซึ่งกษัตริย์โมนาโกเป็นผู้นำโปรเจกต์นี้เอง อาทิ การใช้ประโยชน์จากน้ำทะเล การนำคลื่นมาสร้างเป็นพลังงาน เพื่อเข้าไปสร้างความอบอุ่นให้กับตัวตึก ที่จะสร้างขึ้นในอนาคต หรือกรีนโปรเจกต์ ที่มีการนำใช้ขยะและความร้อนมาสร้างพลังงานอีกด้วย

2. ออสเตรีย

"พลังงานคน" เป็นพลังงานที่มาจากอนาคตของประเทศออสเตรีย โดยระบุว่า พลังงานที่มาจากคนหรือมาจากมนุษย์ นั่นเป็นพลังงานแห่งอนาคต ส่วนภายในพาวิลเลียน จะออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมเล่นกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดพลังงาน อย่าง ปั่นจักรยานทำเสียงดนตรี ดึงเชือกเป็นเสียงต่างๆ เป็นต้น

3. ลิทัวเนีย

พลังงานของลิทัวเนีย คือ เลเซอร์ โดยลิทัวเนียผลิตเลเซอร์เพื่อส่งออก เลเซอร์เพื่อตัดวัตถุ เลเซอร์เพื่อการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีพลังงานอย่างลิเทเนียม และพลังงานชีวภาพจากท้องถิ่น

4. อังกฤษ

คอนเซปต์คือ We are energy อันนี้จะล้ำๆ หน่อย สไตล์ผู้ดีเมืองอังกฤษ โดยเราเดินเข้ามาจะเจอวิดีโอพระอาทิตย์ ที่ได้มาจากนาซา ภาพพาโนรามา เป็นภาพกราฟิกที่ใช้เวลา 250 ปีในการเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นภาพรวมของหลายๆ ประเทศ นอกจากนี้ กรงแก้ว ที่ทำขึ้นเป็นสไตล์บ้านโบราณของคาซัคสถาน ที่เรียกว่า yurk เมื่อแตะที่แก้ว ภาพพาโนจะเปลี่ยนไป ประหนึ่งว่า เมื่อเราก้าวออกจากห้องนี้ไป ทุกอย่างก็คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเรา พลังงานก็เช่นกัน

และที่น่าสนใจคือ โซลาร์พาแนล พลังงานในอนาคต ก็จะมีโรงงานดูดคาร์บอน แล้วเปลี่ยนเป็นออกซิเจนแทน ก่อนจะปล่อยออกมา มีสนามบินแห่งอนาคต คือมารับแล้วบินขึ้นทางตรงเหมือนจรวด มันก็จะล้ำๆ หน่อย เขาแอบบอกว่า นี่เป็นมโนของคนอังกฤษ

5. สหรัฐอเมริกา

สำหรับงานนี้พาวิลเลียนของสหรัฐอเมริกามาในคอนเซปต์ The source of infinite energy ที่เปิดเป็นพรีเซนเทชั่น บ่งบอกถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ

6. โปแลนด์

ประเทศโปแลนด์ชู "Blue coal" หรือถ่านหินสีฟ้า ที่เผาไหม้และทำให้เกิดมลพิษน้อยกว่าไม้และถ่านหินอื่นๆ โดยโปแลนด์ได้ยกพื้นที่ป่ามาไว้ภายในพาวิลเลียน ซึ่งก็ตื่นตาดีไม่น้อย เพราะมีสัตว์ ต้นไม้ ดอกไม้ ให้เราเรียนรู้ อย่างการกดไปที่ปุ่ม ก็ได้กลิ่นเสียงสัตว์ชนิดนั้นร้อง ขณะที่ไม้บางประเภทสามารถกดปุ่มเพื่อดมกลิ่น ส่วนพื้นที่ด้านล่างก็แสดงในเห็นพลังงานของเมืองต่างๆ

7. ฝรั่งเศส

ประเทศฝรั่งเศสเป็น 1 ในพาวิลเลียนที่ใหญ่ที่สุด โดยนำเอา "ซีเมนต์" มาจากฝรั่งเศส มาทำเป็นโซฟา งานศิลปะ สวนแนวตั้ง และยังมีโปรเจกเตอร์ที่มองผ่านซีเมนต์ได้ซึ่งก็ล้ำมากมาย และหากนำซีเมนต์มาสร้างเป็นตึก ก็จะคงทนแข็งแรง แถมควบคุมอุณหภูมิได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังโชว์นวัตกรรมยานยนต์ การลดใช้น้ำมันแล้วไปใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทน

8. ไทย

พาวิลเลียนนี้ คนเยอะตลอดเวลา นี่ โฮมมี่ ไม่ได้โม้นะ เดินผ่านไปผ่านมา จะกี่ครั้งก็เห็นคนมายืนรอต่อแถวเข้าชมพาวิลเลียนพี่ไทยตลอด ผู้จัดแอบกระซิบบอก ก็เรื่องราวของเราสนุกสนาน เข้าใจง่าย แถมไม่ต้องมีคนอธิบาย เดินเข้าไปก็จะเข้าใจเลย แม้จะเป็นเรื่องพลังงานในอนาคตก็ตามที คนก็พากันเข้ามาดูพาวิลเลียน

"คนคาซัคสถานไม่ชอบรอ ไม่ชอบซับซ้อน และไม่ชอบความมืด นี่คือเราทำวิจัยมาหมดแล้ว ถึงได้ทราบถึงพฤติกรรมของเขา อย่างทุกพาวิลเลียน จะใช้เงินในการจัดแสดงต่างๆ เยอะมาก แต่ขณะที่ไทยเองเงินน้อย ซึ่งเราก็กลับมานั่งคิด แล้วเราจะชนะใจคนคาซัคสถานได้อย่างไร ทำอย่างไรคนถึงจะมาดูเรา และต้องมาคิดว่า การทำพาวิลเลียนให้คนคาซัคสถานดูนั้น ต้องมีรูปแบบอย่างไร ต้องทำอย่างไรให้พาวิลเลียนไทยถูกพูดถึง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย" เกรียงไกร กาญจนะโภคิน กล่าว

สุดท้ายไทยแลนด์พาวิลเลียนอยู่อันดับ 3 ของพาวิลเลียนยอดนิยมจากบรรดาพาวิลเลียนอื่นๆ ทั่วโลก นี่คือ ความภาคภูมิใจ ของคนไทย ด้วยคอนเซปต์ที่ว่า Bioenergy for all การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ

ทั้งนี้ ด้านหน้าพาวิลเลียนไทย จะเป็นโชว์มวยไทย ก่อนจะเข้าไปชมเรื่องราวสนุกสนาน จากเรื่องเล่าของการนำพลังงานชีวภาพมาใช้ ถัดเข้าไปอีกห้อง เป็นห้องทดลองแห่งอนาคต มีการฉายห้องภาพยนตร์แบบ 4D ที่ผสมผสานการเล่าเรื่องผ่านมาสคอตที่ชื่อว่าน้อง "พลัง" สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมอย่างมาก แถมยังสร้งความจดจำหลังเดินออกจากพาวิลเลียนไทยไปแล้วด้วย ซึ่งผลตอบรับก็ดีมาก เป็นไปตามที่คาดไว้ ส่วนห้องที่ 3 เป็นห้องที่รวบรวมพลังงานชีวมวลและชีวภาพไว้ อย่าง อ้อย ยูคาลิปตัส ยางพารา หญ้าโตเร็ว ข้าว ข้าวโพด มูลสัตว์/ของเสีย มันสำปะหลัง และปาล์ม ปิดท้ายด้วยของดีจากประเทศไทย

9. เวียดนาม

ส่วนแรกของพาวิลเลียนเวียดนาม คือ การโชว์วัฒนธรรม โชว์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย เครื่องดนตรีที่ทำจากหิน ไม้ไผ่ โดยแบ่งห้องตัวแทนของแต่ละภาค อย่างภาคใต้มีตลาดน้ำ เพราะมีแม่น้ำกว่า 2,000 สาย แถมยังมีพลังงานโซลาร์ ลม และไบโอแมส

10. สิงคโปร์

มาในคอนเซปต์ Small city big idea ด้วยความที่เป็นประเทศที่มีพื้นที่จำกัด แต่กลับเป็นประเทศที่กำลังจะขยายตัวและมีประชากรหนาแน่น จึงนำเสนอไอเดียที่ยิ่งใหญ่ อย่างสวนในขวด แต่มีความกรีน ในเมืองเล็กๆ และ 10 โปรเจกต์สำคัญ อาทิ โซลาร์กลางน้ำ Capitalgreen มีท่อลมกลางตึก สวนบนตึกและกลางตึก เพื่อให้อาคารเย็นลง ซึ่งอาคารที่อยู่นี้สามารถควบคุมการใช้พลังงานได้