บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไก่ย่างส้มตำยังขายไม่ออก

เศรษฐกิจฟุบคนไทยงดกินข้าวนอกบ้าน

โอด!คนไทยกินข้าวนอกบ้านน้อยลง ภัตตาคาร–ร้านอาหารนั่งตบยุง ไก่ย่าง–ส้มตำยังขายไม่ออก “ฟู้ดคอร์ต” บนห้างกระอัก หลายรายต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ สมาคมธุรกิจร้านอาหารสำรวจสมาชิก ช่วยเงินกู้เสริมสภาพคล่อง ขณะที่ธุรกิจโรงแรมยังอู้ฟู่ เพราะคนไทยนิยมเที่ยวมากขึ้น

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ของภัตตาคารและร้านอาหารไทยในปัจจุบันอยู่ในสภาพแย่และเหงาหงอย แม้บางร้านที่มีผู้เข้าใช้บริการแต่ก็จำกัดการใช้จ่ายมากกว่าเดิม เพราะคนกังวลว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีจึงระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีร้านอาหารใดที่ปิดกิจการลง เนื่องจากคนทำธุรกิจก็ต้องพยายามดิ้นรนกันไป แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ร้านอาหารจะต้องมีสภาพคล่องจึงเริ่มหันเข้าไปหาการกู้เงินจากหนี้นอกระบบมากขึ้น จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวตามมา

“เท่าที่พูดคุยในแวดวงคนทำร้านอาหาร มีร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งปกติขายได้วันละ 60,000 บาท และเสาร์-อาทิตย์ ยอดขายเกิน 100,000 บาท ทุกวันนี้เหลือวันละ 20,000-30,000 บาท ยอดขายตกลงจนน่าใจหาย และที่น่ากังวลเข้าไปอีกคือ ร้านขายส้มตำไก่ย่าง เช่น พระราม 9 ไก่ย่าง ซึ่งถือเป็นตัววัดสำคัญในแวดวงร้านอาหาร ตามปกติแล้วไม่เคยยอดขายตก แม้ในช่วงที่มีชุมนุมทางสถานการณ์การเมือง แต่ตอนนี้ยอดขายตกลงถึง 30% เรียกว่าแม้แต่คนกินส้มตำยังบ่นเลย ทั้งๆที่อาหารอีสานถือว่าราคาไม่แพง ราคาจะเฉลี่ยคนละ 100 - 300 บาทเท่านั้น”

นายกสมาคมภัตตาคารไทยกล่าวว่า กลุ่มคนรวยก็ยังกินอยู่อย่างคนรวยใช้ชีวิตหรูหรา แต่คนชนชั้นกลางและระดับล่างลำบากจริงๆ วิเคราะห์กันว่าเป็นผลกระทบจากสถานการณ์พืชผลเกษตรไม่ดีราคาตก จึงส่งผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ อีกทั้งในธุรกิจประมงได้รับผลกระทบจากการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายและการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว จึงทำให้ธุรกิจส่งออกและธุรกิจห้องเย็นซบเซาลงก็กระทบกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องไปด้วย

ส่วนร้านอาหารที่อยู่บนห้างสรรพสินค้า ตอนนี้อยู่ในสภาวะร้อนๆหนาวๆกันหลายแห่ง เพราะมีต้นทุนจากค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าลูกจ้าง หรือแม้กระทั่งศูนย์อาหาร หรือฟู้ดคอร์ต ในห้างสรรพสินค้า ที่แต่ละแบรนด์มีเงื่อนไขต้องเปิดในห้างสรรพสินค้าในทุกทำเลตามที่ห้างสรรพสินค้านั้นๆมีสาขา ก็ไม่ได้ขายดีทุกแห่ง จึงทำให้ต้องนำรายได้จากทำเลที่มีกำไรมาอุ้มทำเลที่ขายไม่ได้ ที่สำคัญคือต้องใช้เงินสดซื้อของมาผลิตอาหารทุกวัน แต่กว่าจะได้รับเงินจากห้างสรรพสินค้าต้องรอทุก 60 วัน จึงทำให้ตึงตัวไปกันหมด มีหลายรายที่ยอมถอยออกมา ส่วนรายที่อยู่รอดจะเป็นรูปแบบของเถ้าแก่คนเดียว ทำทุกอย่างเองหมด ส่วนผู้ที่ทำในรูปบริษัทอยู่ไม่ได้

ด้านนางลัดดา สำเภาทอง นายกสมาคมธุรกิจร้านอาหาร กล่าวว่า ร้านอาหารมีการบ่นกันเยอะว่าไม่ได้ยอดขายเท่าเดิม เพราะคนจับจ่ายใช้สอยกันน้อย แต่ก็หวังว่าในช่วงเทศกาลวันแม่จะมีความคึกคักมากขึ้น ทางสมาคมอยู่ระหว่างสอบถามไปยังสมาชิกทั่วประเทศว่า ใครมีปัญหาอะไรบ้าง มีความ ต้องการใช้เงินหมุนเวียน เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องหรือไม่ เบื้องต้นได้หารือร่วมกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร ในการสนับสนุนสภาพคล่องเริ่มต้น 1 ล้านบาท โดยคัดเลือกร้านอาหารฮาลาลผู้นับถือศาสนาอิสลามก่อน

ขณะที่นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงสถานการณ์ของโรงแรมที่ผ่านมาว่ายังดีโดยตลอด นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวชาวไทยก็มีการท่องเที่ยวมากขึ้น เห็นได้จากโรงแรม hop inn และ ibis มีอัตราการเข้าพักของคนไทยเพิ่มขึ้นทุกปี อาจเป็นเพราะไลฟ์สไตล์คนไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น และเป็นไปได้ว่าอาจจะลดการซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าลงและนำเงินมาท่องเที่ยวแทน นอกจากนี้ เป็นที่สังเกตว่าคนในปัจจุบันนิยมซื้อสินค้าออนไลน์ และธุรกิจโรงแรมใช้วิธีขายแบบออนไลน์จึงทำให้มีอัตราการเข้าพักสูงโดยตลอด โดยภาพรวมทั้งปีนี้ตั้งเป้าอัตราการเข้าพักทั้งโรงแรมในระดับลักชัวรี่ และบัดเจท โฮเทล ที่ 80-81% โดยผ่านครึ่งปีมาเห็นแนวโน้ม ว่าตลอดทั้งปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้.