บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล็อกเป้า 'เจาะยาง'!

เรื่องธรรมดาเมื่อกระบวนการยุติธรรมไม่มีทางทำให้ใครถูกใจทั้งหมด

และธรรมชาติของฝ่ายเสียประโยชน์ก็ต้องหงุดหงิด อารมณ์แบบที่กลุ่มพันธมิตรฯเดินหน้ายื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อุทธรณ์คำพิพากษาคดีการสลายชุมนุมม็อบพันธมิตรฯ เมื่อปี 2551 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯและพวก

โดยมีแนวร่วมสำคัญอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และทีมงานดาหน้าออกมาเสนอแนะเชิงกดดันให้ ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล

ตั้งโจทย์การบ้านข้อใหญ่ให้ ป.ป.ช.ยุคที่ “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ นั่งประธาน

และนั่นก็ไปกระตุกอารมณ์ “หมั่นไส้” ของฝ่ายที่รู้สึกเหมือนเสียประโยชน์มาตลอด ตามอาการที่ “เดอะเต้น” นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง นปช. ประกาศดังๆ

ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อมูลหลักฐานพร้อมเทียบเคียงกรณีการสลายการชุมนุมม็อบพันธมิตรฯปี 2551 กับการสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง นปช.ปี 2553

ในยุครัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี

เพื่อยื่นให้ ป.ป.ช.หยิบยกคดีการสลายชุมนุมปี 2553 ที่เคยตีตกมาพิจารณาใหม่ เนื่องจากติดใจบทบาทการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ทั้งๆที่ปี 2553 มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ย้อนศร ย้อนเกล็ด แบบมวยทันกัน

ตามสถานการณ์นำไปสู่จุดที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. กับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องคำรามดักคอ

ใครจะก่อม็อบต้องขออนุญาตก่อน

ในอารมณ์เข้มนิ่งๆแบบที่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พูดชัดการชุมนุมทางการเมืองในเวลานี้ไม่สมควร

พร้อมใช้กฎหมายเท่าเทียมทุกกลุ่ม ไม่เกรงใจใคร เพราะไม่รู้จักใคร

มาถึงตรงนี้ เกม “กฎหมู่” เหนือ “กฎหมาย” ไม่ง่ายอีกต่อไป

ภายใต้บรรยากาศเกมอำนาจทางการเมืองที่มาถึงจุดสะท้อนอะไรได้พอสมควร กับฉากสถานการณ์ล่าสุด ในงานแต่งลูกชายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ ที่ได้เห็นอาการเลี่ยงกันระหว่างขุนทหาร คสช.กับนักการเมืองอาชีพ

มีผู้สังเกตการณ์ ทั้ง “บิ๊กตู่” และ “บิ๊กป้อม” จะไม่สุงสิงกับนักการเมืองที่ไปร่วมงาน

สะท้อนเงื่อนไขสถานการณ์ผ่านมา 3 ปีย่างเข้าปีที่ 4 ของรัฐบาลทหาร คสช. แนวรบก็ยังไม่เปลี่ยน ทหารยังระแวงนักการเมือง นักการเมืองก็กล้าๆกลัวๆ

ต่างฝ่ายต่างระวังตัว รักษาระยะห่างไม่ให้ถูกจับตาเรื่องซูเอี๋ย

แต่ที่แน่ๆโจทย์ก็ยังชัดเจนอยู่ที่การเบรกสกัดยี่ห้อ “ทักษิณ” ตามพิมพ์เขียวร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ทีมงาน “ซือแป๋” มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ออกแบบให้ “แยกเบอร์” ผู้สมัคร ส.ส.เขต แบบเขตใครเขตมัน

เรื่องของเรื่อง ต้องทำให้ยากเข้าไว้ ไม่ให้แต้มไหลเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้

ในเหลี่ยมที่ “นายใหญ่” ก็ซุ่มอยู่ข้างทาง มุ่งทุบจุด “เปราะบาง” คสช.

แบบที่เห็นยุทธการท้าชกข้ามรุ่นของ “เสี่ยแดง” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรี ขาเฮี้ยวเจ้าประจำของ คสช. ที่ขอดีเบตปมเศรษฐกิจกับนายสมคิด กัปตันทีมเศรษฐกิจ

ตามฟอร์มของมวยรุ่นเล็กที่ปั่นราคาโหนมวยรุ่นใหญ่

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ นายพิชัยเพิ่งปรากฏอยู่ในคลิปบินไปฉลองวันเกิดครบรอบปีที่ 68 ของ “นายใหญ่” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

การกลับมาเปิดยุทธการกระแทกหมัดตรงใส่ “สมคิด” ตอกย้ำปมเศรษฐกิจ ตามสถานการณ์ลูกติดพัน มันน่าจะมีการรับธงมาจากหน่วยเหนือ

เชื่อได้ตามรูปการณ์ ทีมงาน “นายใหญ่” น่าจะสั่งประกบ “จับตาย” กัปตันทีมเศรษฐกิจอย่าง “สมคิด” ในสถานการณ์ล้อไปกับเสียงโวยของประชาชนที่สะท้อนผ่านโพล

คนรากหญ้าเดือดร้อนไม่มีกิน มาตรการอัดฉีดของรัฐบาลยังไม่ทันปัญหาปากท้อง

นั่นก็เข้าเหลี่ยมทีม “นายใหญ่” เดินหน้าเบิ้ล บลัฟ ตอกย้ำปมด้อยรัฐบาลทหาร ตามรูปการณ์ที่รู้ดีว่าเศรษฐกิจเป็นโจทย์โคตรหิน ยากที่เซียนหน้าไหนจะเสกได้

และถ้า “ทักษิณ” เตะตัดขา “สมคิด” ให้สะดุดคว่ำลงได้

เป้าหมายทำให้รัฐบาล คสช. “ยางแตก” ก็ไม่ยาก.


ทีมข่าวการเมือง