วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรรมการซักหนัก กรมศิลป์บูรณะถ้ำเขาหลวง งบฯสูงลิ่ว-ลงรักปิดทองแบบไหนแน่

กรรมการตรวจสอบการบูรณะโบราณสถานเพชรบุรี ประชุมอีกรอบ กรณีบูรณะถ้ำเขาหลวง ซักหนัก ผอ.ศิลปากรที่ 1ทั้งเรื่องงบประมาณ และการลงรักปิดทองพระ แต่ยังไม่เคลียร์ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ว่างมาชี้เแจ้ง เผยในถ้ำไม่เจอยางรัก มีแต่กระป๋องสี...

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2560 ที่ห้องประชุมปฏิบัติการ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี ได้มีการประชุมคณะกรรมการดูแลตรวจสอบการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานในจังหวัดเพชรบุรี ตามคำสั่งจังหวัดเพชรบุรี ที่ 1356/2560 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 จากที่ได้ประชุมไปเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รอง ผวจ.เพชรบุรี ทำหน้าที่ประธานการประชุมฯ กรณีการบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวง พร้อมด้วยคณะกรรมการฝ่ายกรมศิลปากร นำโดย นายสุวิทย์ ชัยมงคล ผอ.สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี และกลุ่มอนุรักษ์ฯ อาทิ ศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว นายทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติ พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิด้านประวัติศาสตร์  กลุ่มช่างเมืองเพชรบุรี ร่วมประชุมติดตามการบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวง และการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างภายในถ้ำเขาหลวง โดยมี นายกิตติพงศ์ อาภาเกียรติวงศ์ ที่ปรึกษาฝ่ายออกแบบงานระบบไฟของบริษัท นอร์ทเทิร์นซัน (1935) จำกัด เข้าร่วมประชุมชี้แจง

ทั้งนี้ วาระการประชุมหลักต่อเนื่องจากการประชุมคราวที่ผ่านมา คือ ให้ผู้ชำนาญการเรื่องการลงรักปิดทอง ของกรมศิลปากร มาชี้แจงว่า กรณีที่ผู้รับจ้างได้ทำการบูรณะองค์พระพุทธรูปภายในถ้ำเขาหลวงไปจำนวนหนึ่งแล้วนั้น ได้ทำการบูรณะอย่างไร มีการขออนุมัติใช้รักและแผ่นทองที่ปิดองค์พระหรือไม่ คุณภาพของวัสดุ คือ รักและแผ่นทองที่ปิดองค์พระถูกต้องตามสัญญาจ้างหรือไม่ รวมทั้งการดำเนินการถูกตามวิธีการลงรักปิดทองโบราณหรือไม่ ซึ่งระหว่างรอการชี้แจง ได้มีการสั่งให้ผู้รับจ้างระงับการบูรณะองค์พระพุทธรูปไปก่อนหน้าแล้ว รวมถึงการออกแบบติดตั้งระบบไฟส่องสว่างภายในถ้ำ ออกแบบ และกำหนดให้ใช้วัสดุอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ที่เป็นคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้พิจารณาถึงความเหมาะสม และเห็นควรตามที่ทางผู้รับจ้างเสนอมาหรือไม่

แต่เมื่อเริ่มประชุม พบว่า นายสุวิทย์ ชัยมงคล ผอ.สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงรักปิดทองของทางกรมศิลปากรจากส่วนกลางติดภารกิจ ไม่สามารถเดินทางมาร่วมชี้แจงในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการชี้แจงประเด็นเรื่องการลงรักปิดทองออกไปก่อน แต่ได้ให้ นายกิตติพงศ์ อาภาเกียรติวงศ์ ที่ปรึกษาฝ่ายออกแบบงานระบบไฟของบริษัท นอร์ทเทิร์นซัน (1935) จำกัด  นำเสนอรูปแบบการติดตั้งไฟสองสว่างต่อคณะกรรมการฯ ซึ่ง นายกิตติพงศ์ ได้ระบุว่า แนวความคิดในการจัดแสงไฟภายในถ้ำเขาหลวง ยังคงความเป็นถ้ำตามธรรมชาติ ไม่มีการขุดเจาะผนังถ้ำ ที่จะสร้างความเสียหายต่อโบราณสถานและหินงอกหินย้อย โดยจะซ่อนหลอดไฟและโคมไฟไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อไม่ให้บดบังและเป็นการเสริมความสวยงามขององค์พระโบราณและหินงอกหินย้อย ให้มีความโดดเด่นมากขึ้น

สำหรับหลอดไฟที่ใช้เป็นหลอดชนิด LED แบบเฉพาะจุด และแบบโคมไฟส่องสว่าง โดยจำนวน 95 เปอร์เซ็นต์ของหลอดไฟจะใช้เป็นสี Warm White ที่มีอุณหภูมิของสีอยู่ในช่วงประมาณ 3,000 องศาเคลวิน ลักษณะเป็นแสงโทนอุ่นที่ใกล้เคียงกับสีของธรรมชาติ ในการส่ององค์พระพุทธรูปโบราณ เจดีย์ รอยพระพุทธบาท รวมถึงย้อมสีผนังถ้ำและหินงอกหินย้อย ส่วนที่เหลืออีก 5 เปอร์เซ็นต์ไปไฟสีส่องผนังถ้ำเพื่อให้เห็นความสวยงามของผนังถ้ำและหินงอกหินย้อยตามจุดต่างๆ พร้อมขยายเขตไฟฟ้า 3 เฟส และติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ได้รับการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการผู้ว่าจ้างอนุมัติให้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"เบื้องต้น ได้มีการสำรวจ ออกแบบ และทดลองติดตั้งไฟส่องสว่างภายในเขาหลวงบ้างแล้ว การดำเนินงานทางผู้ออกแบบจะคงความเป็นถ้ำให้เป็นธรรมชาติ ไม่มีการจุดเจาะผนังถ้ำให้เกิดความเสียหาย หลอดไฟที่ใช้ชนิดพิเศษไม่มีแสงยูวี ย่อมจะไม่ส่งผลต่อธรรมชาติของหินงอกหินย้อยอย่างแน่นอน และได้มีการประเมินค่ากระแสไฟฟ้าส่องสว่างภายในถ้ำ ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน” นายกิตติพงศ์ กล่าว

หลังการชี้แจงรูปแบบของการติดตั้งงานระบบไฟภายในถ้ำ คณะกรรมการส่วนใหญ่พึงพอใจ เนื่องจากผู้ออกแบบได้ให้ความใส่ใจในวิธีการทำงานตั้งแต่การออกแบบตลอดจนวิธีการติดตั้ง สร้างความเชื่อมั่นว่า การติดตั้งระบบไฟจะไม่กระทบต่อความเป็นวิถีธรรมชาติของถ้ำ รวมทั้งไม่มีการขุดเจาะเพื่อติดตั้งระบบไฟ หรือหากมีก็ให้มีได้น้อยที่สุด รวมทั้งไม่ออกแบบให้มีสีสันฉูดฉาดเกินจากความเป็นธรรมชาติ และเป็นการออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด แต่คณะกรรมการฯ ส่วนใหญ่เป็นห่วงในเรื่องของวงเงินค่าจ้างในระบบงานไฟฟ้าที่สูงถึง 7 ล้านบาทว่า ในสัญญาได้กำหนดไว้อย่างไร วงเงินงบประมาณในส่วนนี้เหมาะสมหรือไม่ เพราะไม่มีการนำแบบรูปและรายการรวมทั้งราคากลางมาแสดง ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีการทวงถามเรื่องสัญญาจ้างที่ทางกรมศิลปากรได้ทำไว้ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้แทนของกรมศิลปากร จนทำให้ นายกิตติพงษ์ พึ่งแตง หนึ่งในคณะกรรมการฯ ชุดนี้ ลุกขึ้นตำหนิ นายสุวิทย์ ชัยมงคล ผอ.สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ที่ไม่ยอมนำคู่สัญญาจ้างมาเสนอต่อที่ประชุม 

ช่วงหนึ่ง นายกิตติพงษ์ ได้หยิบชุดดำน้ำขึ้นมาสวมใส่กลางที่ประชุม โดยกล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ ทาง ผวจ.เพชรบุรี แต่งตั้งขึ้นมาด้วยความห่วงใยในโบราณสถานแห่งนี้ที่กำลังมีปัญหา เพื่อให้เกิดความราบรื่นในการทำงาน แต่กลับถูกปกปิดสัญญาจ้าง ซึ่งได้ระบุสเปกของวัสดุ รวมทั้งรายละเอียดวิธีการทำงานที่ถูกกำหนดเป็นเงินงบประมาณในการบูรณะ จนทำให้ตนเอง และคณะกรรมการท่านอื่นๆ ต้องดำน้ำสอบถามทุกเรื่องอย่างไม่มีความชัดเจนในเรื่องรายละเอียดของงานทั้งหมด ซึ่งได้สร้างความฮือฮาในที่ประชุมได้เป็นอย่างมาก กระทั่ง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รอง ผวจ.เพชรบุรี ประธานในที่ประชุม ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการตรวจงานจ้างในโครงการนี้แทน พ.ต.ท.มล.กิตติบดี ประวิตร อดีตรอง ผวจ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างอยู่ และย้ายไปเป็น รอง ผวจ.สิงห์บุรี ต้องให้ นายสุวิทย์ ชัยมงคล ผอ.สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำคู่สัญญาทุกรายการในโครงการนี้มาส่งให้ ผวจ.เพชรบุรี โดยยืนยันว่า เอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารลับ และเพื่อให้การดูแลตรวจสอบการบูรณะเป็นไปตามสัญญาจ้าง ซึ่งหากจำเป็นต้องให้ทำหนังสือขอก็ให้แจ้งมา แต่ต้องนำส่งมาให้ไม่ให้เกิดปัญหาต่อไป ทำให้คณะกรรมการฯ ทุกฝ่ายพึงพอใจ และให้ทางกรมศิลปากรนัดหมายมาว่า ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลงรักปิดทองจะสามารถเดินทางมาประชุมได้เมื่อใด จะได้นัดประชุมในคราวต่อไป ทั้งนี้ ให้ระงับการบูรณะปิดทององค์พระพุทธรูปในถ้ำไว้ก่อน จนกว่าจะสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ได้

หลังการประชุม นายกิตติพงษ์ พึ่งแตง หนึ่งในคณะกรรมการที่ทางจังหวัดเพชรบุรี แต่งตั้ง เผยว่า จากการลงไปดูภายในถ้ำเขาหลวง ที่มีการบูรณะองค์พระพุทธรูป พบกระดาษซึ่งเป็นแผ่นทองที่นำมาปิดองค์พระ แต่ไม่พบเศษวัสดุที่เป็นยางรัก ซึ่งเป็นยางไม้ที่ถูกกำหนดให้ใช้ในการบูรณะองค์พระพุทธรูปที่ให้ลงรักปิดทองตามแบบโบราณ แต่กลับพบว่ามีกระป๋องสีเคลือบเงา “สีดำ” ยี่ห้อเดนโซ กระป๋องน้ำมันสน ทินเนอร์ และน้ำยาเคลือบเงาใสกันซึมของ TOA ซึ่งในบริเวณที่มีการบูรณะองค์พระพุทธรูปก็ไม่มีกลิ่นรักแต่อย่างใด ซึ่งในช่วงที่มีการทำงานเกี่ยวกับการลงรักปิดทอง ไกด์นำเที่ยวภายในถ้ำเขาหลวงระบุว่า ได้กลิ่นทินเนอร์แรงมาก ตลอดเวลาที่มีการทำงานเกี่ยวกับองค์พระ ขั้นตอนการลงรักนั้นตนไม่เห็น มาเห็นอีกทีก็คือองค์พระมีสีดำแล้ว และเห็นช่างทำการปิดแผ่นทองตามที่เห็นภายในถ้ำดังกล่าว.