วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกร. เข้มสินค้าเกษตร หวังแก้ปัญหา พ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อทั้งระบบ

กกร. ออกประกาศบังคับพ่อค้าคนกลางรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันเส้น ต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บและราคา พร้อมออกประกาศปิดป้ายแสดงราคาปาล์มน้ำมันตั้งแต่ 18-22% ขึ้นไป หวังแก้ปัญหากดราคารับซื้อทั้งระบบ ลั่นฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ..

วันที่ 7 ส.ค.60 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ออกประกาศมาตรการดูแลสินค้าเกษตร 3 ชนิด คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังเส้น และปาล์มน้ำมัน โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะออกประกาศกำหนดเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (พ่อค้าคนกลาง) ตั้งแต่ 50 ตันขึ้นไป ต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ และราคา ต่อเจ้าพนักงานกกร. จากเดิมที่กำหนดให้เฉพาะผู้ครอบครองตั้งแต่ 50 ตันขึ้นไป เช่น โกดัง และโรงงานอาหารสัตว์ ต้องแจ้งเท่านั้น

ทั้งนี้ เพราะผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาล 60/61 กำลังทยอยออกมาในช่วงเดือนก.ย.-พ.ย.60 คาดว่า จะมีผลผลิตประมาณ 4.5 ล้านตัน กระทรวงฯ จึงต้องมีแนวทางดูแลราคาให้กับเกษตรกร โดยเตรียมขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร ณ จุดรับซื้อ ดังนั้น เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลทั้งระบบ จึงต้องเพิ่มผู้รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้ามาดูแลด้วย เพื่อให้ทราบปริมาณ ราคารับซื้อ ไม่ใหกดราคารับซื้อจากเกษตรกร หากผู้ใดฝ่าฝืน จะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวัน 2,000 บาท

นอกจากนี้ ยังได้ออกมาประกาศให้ผู้ประกอบการรับซื้อมันเส้นตั้งแต่ 15 ตันขึ้นไป หรือคิดเป็นหัวมันสด 45 ตัน ต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ และราคา ต่อเจ้าพนักงานกกร.เช่นกัน จากเดิมที่กำหนดให้ผู้ครอบครองต้องแจ้งเท่านั้น เพื่อดูแลราคามันเส้นให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตปี 260/61 จะทยอยออกมาเดือนต.ค.-ธ.ค. นี้ หากผู้รับซื้อไม่แจ้งจะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวัน 2,000 บาทอีกเช่นกัน

ขณะเดียวกัน จะออกประกาศให้โรงงานติดป้ายแสดงราคาการรับซื้อผลปาล์มสดในเปอร์เซ็นต์น้ำมันตั้งแต่ 18-22% ณ จุดรับซื้อ โดยเปอร์เซ็นต์น้ำมันที่เพิ่มขึ้น 1% จะมีราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 30 สตางค์ ดังนั้น ในกรณีที่เกษตรกรนำผลปาล์มสดมาขายให้กับโรงงานในเปอร์เซ็นต์น้ำมันเกิน 22% ขึ้นไป ก็จะได้รับเงินเพิ่มขึ้น 30 สตางค์ในทุก 1 เปอร์เซ็นต์ หากต่ำกว่า 18% ก็จะถูกหัก 30 สตางค์ในทุก 1 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน แต่จากการทดลองนำร่องในการพัฒนาปาล์มน้ำมันบางจังหวัดแล้ว พบว่า เกษตรกรสามารถผลิตปาล์มน้ำมันได้เปอร์เซ็นต์น้ำมันตั้งแต่ 18% ขึ้นไป หากไม่ปิดป้ายแสดงราคาตามประกาศจะมีโทษปรับ 10,000 บาท

รวมถึง ยังได้กำหนดให้โรงงานรับซื้อผลปาล์มสด ห้ามปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มร่วงอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อเป็นการไม่สนับสนุนให้มีการซื้อขายผลปาล์มร่วง เพราะจะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมปาล์มทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้งหมดนี้จะมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งกกร.จะเร่งออกประกาศต่อไป โดยการดูแลปาล์มน้ำมันในส่วนของการปิดป้ายแสดงราคาเปอร์เซ็นต์น้ำมันตั้งแต่ 18% ขึ้นไป ถือเป็นการพัฒนาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ เพราะทุก 1 เปอร์เซ็นต์ปาล์มน้ำมันที่ทำได้ จะมีผลทำให้อุตสากรรมปาล์มน้ำมันมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาท ส่งผลดีต่อระบบในภาพรวม.