วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แปลภาษากฎหมายให้เข้าใจ ไขความต่าง ‘ฆาตกรรม’ VS ‘ถูกทำให้ตาย’

"จากการสอบยืนยันได้ว่าซี่โครงหักจริง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าหักช่วงไหน ซึ่งสำนวนการสอบสวนคดีนี้เป็นสำนวนคดีการชันสูตรพลิกศพ จะไม่มีการกล่าวหาผู้หนึ่งผู้ใด แต่จะเป็นการค้นหาว่าตายเพราะฆ่าตัวตาย หรือตายเพราะถูกผู้อื่นทำให้ตาย ตายเพราะอุบัติเหตุ สัตว์ร้ายทำให้ตาย ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน สามารถพิสูจน์และบ่งชี้ให้เห็นได้ว่า นายธวัชชัย เสียชีวิต มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะมีผู้อื่นทำให้ตาย แต่ขอย้ำว่าไม่ใช่ฆาตกรรม ซึ่งจะต้องสืบสวนสอบสวนประเด็นนี้ต่อไป"

คำพูดของ พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ที่ออกมากล่าวภายหลังจากการสอบปากคำ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ และทีมแพทย์ที่ทำการผ่าชันสูตรพลิกศพ นายธวัชชัย อนุกูล วัย 66 ปี อดีตที่ดินจังหวัดพังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง โดยใช้ถุงเท้าผูกคอกับลูกกรงเสียชีวิตภายในห้องขังดีเอสไอ

จึงเป็นข้อสงสัยในคำว่า “ถูกทำให้ตาย แต่ไม่ใช่ฆาตกรรม” นั้น มีความหมายว่าอย่างไร?

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้อธิบายภาษากฎหมาย ดังนี้...

“ถูกทำให้ตาย” เป็นคำที่ถูกใช้ในการชันสูตรพลิกศพไม่ใช่ฐานความผิด และยังไม่ได้ระบุว่า ผู้ที่ทำให้ตายมีเจตนาอะไร

“ฆาตกรรม” เป็นฐานความผิดการทำให้ตายโดยการเจตนา ตามมาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี

อธิบายได้ว่า “ถูกทำให้ตาย” เป็นคำที่ถูกใช้ในการชันสูตรพลิกศพไม่ใช่ฐานความผิด และยังไม่ได้ระบุว่า ผู้ที่ทำให้ตายมีเจตนาอะไร จากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการต้องชันสูตรพลิกศพ 5 กรณี ตาม มาตรา 148 เมื่อปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตรพลิกศพ เว้นแต่ตายโดยการประหารชีวิตตามกฎหมาย

ในกฎหมายได้ระบุถึงการตายโดยผิดธรรมชาติไว้ว่า...
(1) ฆ่าตัวตาย
(2) ถูกผู้อื่นทำให้ตาย
(3) ถูกสัตว์ทำร้ายตาย
(4) ตายโดยอุบัติเหตุ
(5) ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ

ส่วนการ “ถูกทำให้ตาย” มี 3 รูปแบบ คือ...

1. เจตนาฆ่า - ทำให้ตายโดยเจตนา หรือที่เรียกว่า “ฆาตกรรม” เช่น มีการไตร่ตรองหรือวางแผนไว้ก่อน จะมีโทษหนักขึ้น
มาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุก ตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี

โดยมีทั้งสิ้น 7 กรณี ตามมาตรา 289 ผู้ใด....
(1) ฆ่าบุพการี
(2) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุ ที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่
(3) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว
(4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(5) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
(6) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือ
(7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้

ต้องระวางโทษ ประหารชีวิต!

2. เจตนาทำร้าย - ถูกทำให้ตายโดยไม่มีเจตนา หรือทำร้ายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
มาตรา 290 ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้น ถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี

3. กระทำโดยประมาท - ไม่ได้มีเจตนาเลย แต่ประมาทจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
มาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ประโยคที่ว่า “ถูกทำให้ตาย แต่ไม่ใช่ฆาตกรรม” ก็หมายความว่า อาจจะเป็นการเจตนาทำร้ายจนเป็นเหตุให้ตาย หรือเป็นการกระทำโดยประมาท ขึ้นอยู่กับว่าพนักงานสอบสวนจะสืบจากพยานหลักฐานว่าเป็นไปในแนวทางใด และใครเป็นผู้ทำให้ตาย ต้องติดตามกันต่อไป!?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ย้อนรอยปมคาใจ คดี'ที่ดินจังหวัดพังงา'ดับปริศนา ใครทำให้ตายคากรงดีเอสไอ

พลิกปูมที่ดินหมื่นล้าน ปมดับปริศนา 'ธวัชชัย อนุกูล' ฆ่าตัวหรือฆาตกรรม!?

'ศาลพิพากษา' คดีที่ดินพังงา ตายในห้องขังมีคนทำให้ตาย